วิธีระงับความโกรธ

อารมณ์โกรธ คืออารมณ์พื้นฐานชนิดหนึ่งของมนุษย์เรา ที่สามารถเกิดขึ้นได้เองชั่วขณะหนึ่ง โดยสาเหตุเกิดจากการที่ไม่พอใจหรือเมื่ออยากได้ในสิ่งใดแล้วไม่ได้ดั่งใจปรารถนา ความโกรธมีหลายระดับความรุนแรง เริ่มจากน้อยไปหามาก ถ้าเราควบคุมระดับความรุนแรงของความโกรธที่เกิดขึ้นในใจเราไม่ได้ย่อมนำมาซึ่งปัญหาหลายด้านในชีวิต เพราะฉะนั้นเราควรมาเรียนรู้วิธีที่จะทำให้เราใจเย็นลงเมื่อเวลารู้สึกโกรธใครสักคนกันคะ

1.บังคับตัวเองให้นับ 1-10 :  มีหลายคนพูดว่าเวลาจะช่วยเยียวยาทุกอย่างให้ดีขึ้น ดังนั้นเมื่ออารมณ์โกรธถึงขั้นรุนแรงจนขนาดที่เราอยากจะตะโกนด่าออกไป หรือบางครั้งก็อยากลุกขึ้นไปทำร้ายร่างกายมัน ให้เราลองฝึกบังคับตัวเองนับ 1 ถึง 10 ช้าๆ มันเหมือนกับว่าเราได้ออกคำสั่งให้สมองของเรามาจดจ่อนับแต่ตัวเลข จนเราอาจลืมเรื่องราวที่ทำให้โกรธเมื่อกี้ไปได้ การนับเลข 1 ถึง 10 เป็นการช่วยดึงสติทำให้เรามีสมาธิ ไม่หุนหันพลันแล่นนั่นเอง

2.ทำเป็นไม่ได้ยิน : ถ้ามีใครสักคนยืนด่าเราด้วยถ้อยคำหยาบคาย ให้เราแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน หรือทำนิ่งเฉยๆไว้ เหมือนกับว่าเราไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น อย่าได้แสดงกริยาโต้ตอบออกไป คิดซะว่าเดี๋ยวเค้าเหนื่อยเค้าก็หยุดไปเอง แต่ถ้าเค้ามีทีท่าว่าจะรุนแรงขึ้นก็ให้เราลุกขึ้นเดินหนีไปจากสถานการณ์ตรงนั้นซะเอง

 

3.นึกถีงคนอื่นให้มาก : ขณะที่เรากำลังอยู่ในอารมณ์โกรธก่อนที่เราจะลงมือทำอะไรใคร ให้เรานึกถึงหน้าคนที่เรารัก เช่น พ่อ แม่ พี่น้อง เพื่อนสนิททุกๆคน ว่าพวกเค้าเหล่านั้นได้รับผลกระทบจากการกระทำของเราหรือไม่ ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่เราต้องเลือดตกยางออกพวกเขาจะเสียเวลาไปดูแลเราที่โรงพยาบาลไหม หรือในกรณีเรื่องถึงตำรวจพวกเขาจะต้องเสียเวลาไปประกันตัวหรือหาเงินมาจ่ายค่าเสียหายให้เรา อย่าปล่อยให้อารมณ์โกรธเพียงเสี้ยววินาทีมาทำลายอนาคตเราเลย

4.รู้จักเอ่ยคำขอโทษ : การพูดคำว่าขอโทษไม่ใช่ว่าคนที่เป็นฝ่ายผิดต้องพูดคำนี้เสมอไป บางสถานการณ์การพูดขอโทษออกไปอาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นและใจเย็นลง ทำให้การประนีประนอมเกิดขึ้นได้ง่าย เช่น เวลานัดหมายกันแล้วเราเกิดเหตุอุบัติเหตุทำให้ไปถึงช้าเราก็ควรพูดคำว่าขอโทษเพื่ออีกฝ่ายที่รอเราจะได้รู้สึกดีขึ้น

5.รู้จักให้อภัย : มันอาจจะเป็นการยากสำหรับหลายๆคน แต่มันเป็นการกระทำที่ทำให้เรารู้สึกหลุดพ้นจากปัญหา แค่เรารู้จักให้อภัยพวกเค้า มองปัญหาเหล่านั้นเป็นเรื่องเล็กๆเราก็จะรู้สึกมีความสุขไม่มาเสียเวลาจมอยู่กับความทุกข์ในเรื่องที่โกรธอีกต่อไป

 

สนับสนุนโดย    Sexy Gaming

ผลกระทบของความรุนแรงในครอบครัว

        ความรุนแรงในครอบครัวทั่วไปที่เราเห็น เกิดจากความเครียดที่มีสาเหตุหลายอย่าง เช่นความเครียด จากงาน จราจร มลพิษภายในอากาศที่เราต้องทนอยู่ สิ่งแวดล้อมและสภาวะเศรฐกิจที่แย่ๆ ความเครียดเหล่านี้จะทำให้เราหมดความอดทนและพร้อมที่จะแสดงปฎิกิริยาอาการปะทะที่รุนแรงได้เสมอ

          อย่างไรก็ตาม การกระทำที่รุนแรงนี้จะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ เมื่อผ่านพ้นเหตุการนี้ไปแล้วทุกคนก็ต่างก็จะคิดได้ว่าไม่ควรใช้ความรุนแรง และจะรู้สึกไม่สบายใจ รู้สึกขายหน้าถ้าได้ฟังคำพูดว่ากล่าวตักเตือนก็จะคิดได้และความดีที่มีอยู่ในใจ จะทำให้เกิดจิตสำนึกที่ดีขึ้นมาทันที แต่จะมีความการกระทำที่รุนแรงอีกแบบหนึ่งที่มันน่ากลัวและเป็นอันตรายต่อชีวิต คือความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัวครอบครัว อยู่บ่อยๆ

เช่น การลงโทษลูกด้วยการตบตี ใช้วิธีข่มขู่ด้วยอารมณ์ และใช้คำพูดที่รุนแรง เหน็บแนมให้ลูกได้อับอาย และการทะเลาะกันระหว่างพ่อ-แม่ หรือสมาชิกคนอื่นๆที่เป็นผู้ใหญ่ในครอบครัว ทำให้เด็กเห็นเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี เด็กจะเอาตัวอย่างที่เราทำให้เห็นนั่นแหละมาเป็นแบบอย่าง และนำมาใช้ในวิถีชีวิตของตนเอง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการพัฒนาทางด้นจิตใจ และอาจทำให้เกิดผลกระทบอยู่ 2 อย่างคือ  ผลกระทบระยะสั้นและผลกระทบระยะยาว 

  • ผลกระทบระยะสั้น คือ ถ้าเป็นเด็กเล็กๆ จะมีอารมณ์หงุดหงิด ไม่มีความสุข เลี้ยงยาก หวาดผวาเมื่อคนที่เคยทำความรุนแรงกับเขาเข้ามาใกล้ เด็กบางคนมีอาการ หงอย ซึม ไม่สนใจใคร ไม่ยิ้มแย้มแจ่มใส ถ้าเด็กเหล่านี้โตขึ้นจะมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย ไม่มีความสุข ถ้าได้โกรธใครก็จะระงับอารมณ์ ไม่อยู่ ชอบใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นกับเพื่อน หรือสัตว์เลี้ยง  แต่ถ้าเด็กโต นอกจากจะหงุดหงิดง่าย ไม่มีความสุขแล้วยังส่งผลให้การเรียนต่ำลง สมาธิและความสนใจลดลง เบื่อหน่ายไม่อยากเรียน มีแนวโน้มที่จะไม่เชื่อฟังคำสั่งครู ไม่ยอมทำตามข้อบังคับของโรงเรียนและสังคม 
  • ผลกระทบระยะยาว คือ เด็กที่ถูกเลี้ยงด้วยวิธีรุนแรง หรืออยู่ในบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง จะทำให้เขารู้สึกว่าสังคมแรกที่ไม่ดีก็คือสังคมในบ้าน เด็กอาจจะเป็นคนก้าวร้าวชอบใช้ความรุนแรง การที่เด็กได้รับความรุนแรงอย่างมากๆจะมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในสังคมได้

          การใช้ความรุนแรงในครอบครัวมีผลบกระทบต่อสภาพจิตใจ และพัฒนาการทางด้านบุคลิกภาพของเด็กเป็นอย่างมาก ซึ่งถ้าเราไม่ช่วยกันลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัวให้หมดไป หรือทำให้ปัญหานี้น้อยลง ในที่สุดแล้วเราก็จะได้ประชากรที่ชอบใช้ความรุนแรงเวลาไปไหนมาไหนก็จะไม่มีสบายใจ และถ้าเราใช้ความรุนแรงด้วยการตบตีลูกของเรา วันข้างหน้าลูกของเราก็จะทำแบบนี้กับหลานของเราต่อไป เราควรจะมอบความรักความเมตตาให้แก่พวกเขาและลูกๆของเราจึงจะมีความสุขและในที่สุด และในที่สุดสังคมและประเทศชาติบ้านเมืองก็จะมีความสุขด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  gclub

ขี่รถจักรยานยนต์ลากเท้าโชว์กลางถนนจังหวัดเพชรบูรณ์

             ก่อนหน้านี้ได้มีคลิปที่มีการแชร์ต่อๆกันมากจากคนที่ไปท่องเที่ยวที่จังหวัดเพชรบูรณ์เกี่ยวกับวัยรุ่นสองคนที่ขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนท้องถนนแต่ในภาพจะเห็นว่าคนที่อยู่ด้านหลังแทนที่จะนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ดีๆกลับแสดงความห้าว คึกคะนองด้วยการโชว์สเต็ปการลากเท้าสลับกันไปมาบนพื้นถนนในขณะที่รถจักรยานยนต์ยังวิ่งอยู่

ซึ่งเมื่อผู้คนในสังคมได้เห็นคลิปนี้ต่างก็มาพูดวิจารณ์คลิปนี้กันอย่างมากมายว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม การที่วัยรุ่นทั้งสองกำลังกระทำอยู่ว่าเป็นการกระทำด้วยความประมาทหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นไม่เพียงแต่ทั้งสองคนจะได้รับอันตรายเท่านั้นคนอื่นที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงก็อาจจะได้รับอันตรายด้วยเช่นกัน การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำที่ประมาทเป็นอย่างมากไม่นึกถึงคนอื่นเลย ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นคนถ่ายคลิปดังกล่าวแล้วนำมาโพสต์ลงเฟสบุ๊ก และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เห็นคลิปดังกล่าว

จึงมีการไปหาเบาะแสว่าใครที่เป็นขี่จักรยานยนต์อันตรายดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันสามารถติดตามตัวมาได้แล้วโดยพบว่าเด็กวัยรุ่นทั้งสองคนเป็นญาติกัน คนที่ขี่รถจักรยายนต์เพื่อนน้องอายุ 12 ปีส่วนคนที่โชว์สเต็ปเท้าไฟบนถนนนั้นเป็นพี่อายุ 15 ปี โดยจักรยานยนต์ที่ทั้งสองนำมาขับขี่นั้นเป็นของคุณตาของเด็กทั้งสองคนเอง อายุ 70 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวทั้งเจ้าของรถจักรยานยนต์และเด็กวัยรุ่นทั้งสองคนเดินทางมาที่โรงพักพร้อมทั้งแจ้งข้อหากับเด็กวัยรุ่นทั้งสองในข้อหา  ขับขี่รถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน

ซึ่งความผิดที่เด็กวัยรุ่นทั้งสองคนร่วมกันทำเป็นความผิดตาม พรบ. การจราจรทางบก  พ.ศ. 2522  มาตรา 43(4)  ซึ่งทางตำรวจเองไม่ได้จับติดคุกหรือเรียกค่าปรับแต่อย่างใดเพราะเห็นว่าทั้งสองคนยังเด็กมากนัก จึงทำเพียงว่ากล่าวตักเตือนไปเท่านั้น ซึ่งวัยรุ่นทั้งสองคนก็ยอมรับผิดกับสิ่งที่ทำลงไปและรับปากกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการเปลี่ยนวิธีการขี่รถจักรยานยนต์ให้ดีขึ้น ไม่ขี่แบบเดิมและไม่ขี่ให้หวาดเสียวต่อคนอื่น

         เพราะตัวเด็กเองก็ยังเป็นเด็กผู้ปกครองที่ดูแลทั้งสองคนก็แก่ชรามาแล้ว การดูแลอบรมสั่งสอนอาจไม่ทั่วถึง ดังนั้นการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำเพียงการว่ากล่าวตักเตือนถือว่าทำถูกแล้ว เด็กอาจจะทำด้วยความคึกคะนองจริงในความผิดครั้งนี้แต่หากว่ามีครั้งต่อไปอีกก็ควรจะจับกุมหรือให้จ่ายค่าปรับเพื่อให้เด็กรู้ว่าหากทำผิดแล้วจะโดนกฎหมายลงโทษอย่างไรเพื่อให้เข้าหลาบจำไม่ทำผิดซ้ำซากอีก

 

ขอขอบคุณ  เว็บพนันบอล ดีที่สุด 2020  ที่ให้การสนับสนุน

สังคมความแตกต่างทางครอบครัว

หลายอย่างที่เกิดขึ้นในครอบครัวหรือว่าความแตกต่างระหว่างครอบครัวนั้นเป็นอะไรที่จะต้องมาเปรียบเทียบกัน ตัวของคุณนั้นเคยที่คิดและสงสัยไหมว่าทำไมเรานั้นต้องไปเหมือนกับครอบครัวของคนอื่นนั้นด้วยเพราะว่าครอบครัวแต่ละครอบครัวนั้นแตกต่างกันอย่างมากเช่น บางครอบครัวนั้นเป็นครอบครัวที่เรียนเก่งมากลูกเขานั้นเรียนเก่ง จึงทำให้เรานั้นมองกลับมาว่าทำไมลูกเรานั้นเรียนไม่เก่งเหมือนกับลูกเขานะเพราะอะไร

และก็ไม่มีมาตรฐาน ว่าการที่เรานั้นมีลูกที่เรียเก่นนั้นจะทำให้ลูกและครอบครัวเรานั้นจะมีความสุข  เพราะว่าแต่ละบ้านนั้นหรือว่าบางครอบครัวนั้นมีลูกที่ไม่เรียนหนังสือที่ไม่เก่งออกจะเป็นเด็กที่เกเร แต่ว่าก็เรียนจบ มีงานการทำ  แต่ว่าเด็กที่เรียนเก่น  พ่อแม่มีฐานะ แต่ลูกนั้นเรียนไม่จบ ก็มีเยอะแยะไป ดังนั้นเราจึงจะมาวัดว่าการที่เรานั้นมีลูกเรียนเก่งแล้วเป็นฐานว่าลูกเรานั้นจะโตไปเป็นคนดีของสังคมอันนี้ก็ไม่เสมอไป

ดังนั้นเราจึงไม่อยากให้ใครนั้นเอามาเป็นตัววัดว่าครอบครัวของใครนั้นดี ของครอบเรานั้นไม่ดี หรือว่าจะเป็นอีกอย่างที่บางครอบครัวนั้นพ่อบ้านต้องไปมีแม่บ้านอีกคน แล้วจะมาบอกว่าครอบครัวนั้นไม่ดีเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีอันนี้ก็ไม่ถูกเพราะว่าเรานั้นคิดว่าการที่ครอบครัวแต่ละครอบครัวนั้นต้องมีปัญหากันแทบจะทุกครอบครัวและไปบอกว่าครอบครัวนั้นไม่ดีให้เอาครอบครัวนี้เป็นตัวอย่างนั้นไม่ได้ 

การที่เรานั้นจะมาว่าหรือจะเอาข้อดีของแต่ละครอบครัวนั้นมาเป็นตัวอย่างนั้นให้เรานั้นเอาแต่ข้อดีของเขามาส่วนเรื่องอะไรที่ไม่ดีนั้นเราก็ไม่ต้องยกมาเป็นประเด็นเราอยากให้เรามองว่าครอบครัวของเรานั้นถึงลูกจะเรียนไม่เก่ง แต่ว่าลูกเรานั้นก็เรียนจบ  และก็มีงานทำ โตไปเป็นคนในสังคมที่ดีแค่นี้คนที่เป็นพ่อแม่นั้นก็มีความสุขแล้ว 

 ผมนั้นอยากให้พ่อแม่นั้นลองเปลี่ยนในการมุงมองใหม่ กับเรื่องราวความแตกต่างกับครอบครัว ของเราเองและคนอื่น เพราะว่าการศึกษานั้นไม่ได้เป็นหลักวัดว่าคุณนั้นจะเป็นหรือว่าใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพนั้นได้หรอก เพราะว่าการศึกษานั้นไม่ได้เป็นสิ่งเดียวที่จะตัดสินหรือว่ากำหนดได้ว่าโชคชะตา คนรวยในเมืองไทยนั้นที่เรียกว่าถึงระดับเจ้าสัวหลายคนนั้นก็ไม่ได้เรียนหนังสือ  

 หรือว่าเป็นเรื่องความแตกต่างในเรื่องของเงิน ให้เรานั้นคิดใหม่ว่าครอบครัวของเรานั้นหารายได้ไม่ได้มากอย่างครอบครัวคนอื่น แต่ว่าเรานั้นสามารถที่จะวางแผนการใช้จ่ายให้เพียงพอ กับการที่เรานั้นจะใช้จ่ายรายวันแค่นี้ก็ดีกว่าครอบครัวอื่นแล้ว  ผมนั้นอยากให้คุณนั้นกลับย้อนคิดอะไรใหม่ ให้เรานั้นเลือกมองแต่สิ่งที่ดีไม่เอาจุดความแตกต่างของแต่ละครอบครัวนั้นมาแบ่งกัน ให้เรานั้นคิดว่าการที่เรานั้นใช้ชีวิตให้มีความสุขนั้นเป็นอะไรที่ดีที่สุดแล้ว 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet auto

อยากรู้ไหม ถ่ายรูปอย่างไรให้ดูสวย

          สมัยนี้การถ่ายรูปไม่ต้องทำอะไรมากนักเพียงแค่โหลด app ที่สามารถแต่งรูปให้สวยมาได้ จากคนที่หน้าตาธรรมดาจะกลายเป็นคนสวยหุ่นดีในทันที แต่จะดีกว่าไหมหากเราถ่ายรูปแล้วเอาไปโพสต์ให้คนอื่นเห็น เราคนชมว่าสวยโดยที่เราไม่ต้องผ่าน app มาสักร้อย app หรือผ่านการเลือกรูปมาเป็นร้อยรูปกว่าที่เราจะได้รูปดีๆมาสักใบ

วันนี้เราจึงแนะนำวิธีการดีๆมาฝากกันว่าจะทำให้อย่างไรให้เราสวยตั้งแต่รูปแรกที่ถ่ายโดยไม่ต้องพึ่ง app หรือผ่านการคัดสรร เป็นร้อยรูปกันดี

  1. หากถ่ายรูปแนะนำให้หันหน้าทางด้านซ้ายเข้าหากล้องเพราะมีการวิจัยออกมาแล้วว่าการหันซ้ายถ่ายรูปจะช่วยให้รูปหน้าของเราดูดีและสวยขึ้น
  2. หากต้องถ่ายรูปแบบ เซลฟี่พยายามอย่าอยู่ใกล้กล้องหรือพยายามอย่าเป็นคนที่จับกล้องเอง หากเราเป็นคนที่อวบอ้วนอยู่แล้วด้วยให้ขอเปลี่ยนกับคนอื่นที่เขามีใบหน้าผอมเพรียวไปสลับแทนกับเรา ยิ่งเราอยู่ใกล้กล้องมากเท่าไหร่เราก็ยิ่งตัวใหญ่มากเท่านั้นนะจะบอกให้
  3. และหากเราต้องการที่จะถ่ายรูปแบบให้เห็นรูปร่างของเราแบบเต็มตัว Chriselle Lim ซึ่งเป็นแฟชั่นบล็อกเกอร์ได้บอกเอาไว้ว่า อย่าถ่ายรูปตรง ให้เราเลือกการตั้งกล้อง จากจุดที่ต่ำเพื่อที่เวลาที่รูปถ่ายออกมาจะช่วยทำให้เราดูสูงและเพรียวขึ้น 
  4. การถ่ายรูปควรเอียงหัวเล็กน้อยเข้าหากล้อง เพราะการเอียงด้านข้างเล็กน้อยจะช่วยให้รูปหน้าของเราเรียวขึ้น ดีกว่าการมองกล้องตรงๆที่จำทำให้หน้าเราดูตัน
  5. ส่วนใครที่ชอบนั่งถ่ายรูป ให้ถ่ายกล้องจากมุมสูงและเอียงหน้าหากล้องนิดหน่อยจะทำให้รูปหน้าของคุณสวยเพรียวมากๆ 
  6. และถ้าหากเราถ่ายรูปของเราคนเดียวไม่ได้ถ่ายร่วมเฟรมกับเพื่อนคนไหนแล้วละก็ ให้ตัดภาพของเราให้เต็มเฟรม เพราะมันจะเป็นการสร้างมิติให้กับรูป
  7. ปกติบางครั้งเวลาถ่ายรูปเรามักจะเห็นแสงสีแดงในดวงตา สามารถแก้ไขได้ด้วยการหันขวามือก่อนที่จะหันกลับมาถ่ายรูปเพื่อเป็นการลดภาพการสะท้อนของแสงเข้ามาในดวงตา
  8. สมัยก่อนเวลาถ่ายรูปเรามักจะให้พูดว่า ชีส ในการถ่ายรูปหน้าแต่มาครั้งนี้ให้พูดคำว่ามันนี่ดีกว่าค่ะ เพราะยิ้มของคุณจะดูเป็นธรรมชาติมากว่า ทำให้รูปที่ถ่ายออกมาสวยงามมากว่า รอยยิ้มแบบธรรมชาติที่สามารถทำได้อีกอย่าคือ ให้หลับตาก่อนถ่ายรูปแล้วหายใจเข้าลึกๆ เสร็จแล้วลืมตา พอได้ยินเสียงกดชัตเตอร์ก็พูดมันนี่ทันทีเลยค่ะ รับรองสวยธรรมชาติแน่นอน

 

ขอขอบคุณ  สมัคร Sagame ฟรี

หนุ่มป่วยจิตแทงญาติตัวเองจนเสียชีวิต

หนุ่มป่วยจิตแทงญาติตัวเองจนเสียชีวิต เหตุเพราะเห็นต่างเรื่องเชื้อไวรัสโควิด-19

  ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายจนถึงแก่ความตายเมื่อไปถึงบ้านที่เกิดเหตุที่อยู่บริเวณหลังชุมชนวัดพระบรมธาตุไชยาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พบว่าผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดเสียชีวิตตายคาที่โดยมีร่องรอยการถูกแทงไปทั้งหมด 14 แผลด้วยกันเป็นผู้ก่อเหตุนั้นก็เป็นญาติกันเองซึ่งยืนรอมอบตัวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในจุดเกิดเหตุโดยทางผู้ก่อเหตุแต่เราให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าตนเอง

และผู้เสียชีวิตเป็นญาติพี่น้องกันระหว่างนั่งคุยกันอยู่นั้นเกิดมีปากเสียงโต้เถียงกันในเรื่องของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า   ซึ่งการเขียนการนั้นเป็นข้อความที่ความคิดเห็นไม่ตรงกันทำให้ตนเองรู้สึกโมโหจึงได้ใช้มีดที่พกติดตัวอยู่ก็นำทางไปที่ญาติคนดังกล่าวจนเสียชีวิตแล้วจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและมอบตัวดูเหตุการณ์ในครั้งนี้ 

พี่สาวของผู้เสียชีวิตได้เล่าให้ฟังว่าผู้เสียชีวิตมีศักดิ์เป็นพี่ชายของผู้ก่อเหตุโดยผู้ก่อเหตุเองนั้นมีอาการทางประสาท  และมีประวัติเคยใช้มีดตัดคอแม่ของตนเองจนเกือบเสียชีวิตมาแล้วช่วงหลังมานี้ผู้ก่อเหตุมักจะมีอาการหลอนได้ขี้หงุดหงิดง่ายในวันดังกล่าวไม่มีใครทราบเรื่องว่าทั้งสองคนโต้เถียงกันรุนแรงมากแค่ไหนแต่ทั้งผู้ก่อเหตุและว่าเถียงกันด้วย

เรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าและเมื่อเถียงไม่ได้ก็ทำให้รู้สึกหงุดหงิดจึงได้ใช้มีดที่อยู่กับตัวแทนเข้าไปที่ผู้เสียชีวิตหลังจากนั้นก็ยืนรอมอบตัวซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้มีการจับกุมตัวไปและแจ้งข้อหาตั้งใจฆ่า   การที่เราจะใช้ชีวิตอยู่กับคนที่มีอาการทางจิตนั้นควรจะต้องพาเขาไปรักษาและพยายามควบคุมดูแลให้เขากินยาอย่างสม่ำเสมอเพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คนมีอาการทางจิตขาดยาอาการของเขามักจะเริ่มไม่รู้ตัว

ซึ่งผู้ป่วยอาการทางจิตจะสามารถจะทำการรุนแรงอะไรก็ได้โดยที่เราคาดไม่ถึงเนื่องจากว่าในขณะนั้นเขาอาจจะขาดสติดังนั้นถ้าเห็นว่าญาติเราที่มีอาการป่วยทางจิตมีอาการรุนแรงมากจนไม่สามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้ควรจะพาเขาไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจนกว่าอาการจะดีขึ้นและคุณหมออนุญาตให้กลับบ้านได้

เพราะการที่เราต้องอยู่ร่วมชายคากับคนที่สติไม่ดีนั่นหมายถึงว่าเราเสี่ยงมากที่จะเสียชีวิตในเมื่อไหร่เมื่อหนึ่งก็ได้หากเกิดคนเสียสติคลุ้มคลั่งขึ้นมาหรือแม้แต่เขาลืมกินยา ดังนั้นทางที่ดีที่สุดหากพบว่ายากของตนเองหรือบุคคลใกล้เคียงของตนเองมีอาการทางประสาทควรจะนำตัวไปปรึกษาแพทย์ซึ่งแพทย์จะเป็นคนพิจารณาเองว่าสามารถรับตัวกลับมาอยู่ที่บ้านแล้วกินยาได้หรือไม่หรือจำเป็นต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเท่านั้นเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับคนข้างเคียง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ผัดเปรี้ยวหวาน

ผัดเปรี้ยวหวาน

ผัดเปรี้ยวหวาน มีใครชอบกินผัดหลากหลายสีบ้าง  ใช่ค่ะผัดเปรี้ยวหวานซึ่งดิฉันนั้นชอบการกินและอาหาร และประกอบอาหารเปรี้ยวหวานอย่างมากซึ่งผัดเปรี้ยวหวานนั้นมีหลากหลายอย่างในการผัดอย่างมากเพราะว่าเรานั้นจะผัดเปรี้ยวหวานเป็นหมูหรือว่ากุ้งปลาหมึกหรือว่าไก่ นอกจากนี้การผักเปรี้ยวหวานนั้นสามารถทำให้เด็กนั้นกินได้แถมให้เด็กนั้นกินในการกินผักเพราะว่ารสชาตินั้นไม่ได้มีรสชาติเผ็ด 

ซึ่งว่ารสชาตินั้นจะออกเปรี้ยวๆหวานๆเอาเป็นว่าเรานั้นมาลงมือทำกันดีกว่าซึ่งวันนี้เรานั้นจะมาทำผัดเปรี้ยวหวานหมู  ซึ่งเราให้นึกภาพนะเนื้อหมูคุกเค้ากับผักหลากหลายสีสัน  และมีแตงกวา  หอมใหญ่  พริกฝรั่ง  มะเขิเทศ  และสับปะรด  สิ่งที่เป็นหัวใจหลักเลยคือซอส สูตรเด็ด  

ส่วนผสมในการผัดเปรี้ยวหวาน 

กระเทียมสับ   เนื้อหมูหั่น   สับปะรด   แตงกวา   หอมใหญ่    พริกฝรั่งเหลือง   มะเขือเทศ   ต้นหอม   ซอสมะเขือเทศ   น้ำตาลทราย  เกลือป่น  น้ำเปล่า   น้ำมันพืช  

  1. ตั้งกระทะจนร้อนจากนั้นใส่กระเทียมเจียวลงไปผัดจนกระเทียมนั้นชอบเหลือง  จากนั้นเราก็ใส่หมูลงไปในพัดพร้อมกับกระเทียมที่เราพัดไว้ในกระทะ  
  2. จากนั้นเราก็ใส่สับปะรด  แตงกวา  หอมใหญ่  พริกฝรั่ง  ต้นหอม  และเมือเขือเทศลงไปผัดจนสุก   
  3.  ปรุงรสด้วนซอสมะเขือเทศ น้ำตาลทราย  และเกลือป่น ใส่น้ำเปล่าเล็กน้อยผัดให้เข้ากันจากนั้นเราก็ปรุงรสตามที่เรานั้นชอบ  พร้อมเสิร์ฟ

เห็นไหมค่ะว่าการทำผัดเปรี้ยวหวานนั้นทำได้ไม่อยากอย่างที่คิดเพียงแค่เรานั้นเตรียมของและอุปกรณ์ให้พร้อมเพื่อที่เรานั้นจะทำ ไม่ใช่ว่าแค่ว่ามีแค่มะเขือเทศอย่างเดียวเรานั้นต้องเตรียมของและอุปกรณ์นั้นให้ครบเพื่อที่จะไดทำกินในครอบครัว 

ผัดเปรี้ยวหวานไก่  

ถ้าเนื้อหมูนั้นแพงเกินไปเรานั้นก็กลับมากินไก่ซึ่งบางคนนั้นก็ไม่กินหมูเราก็เปลี่ยนจากหมูนั้นมาเป็นไก่แทนซึ่งสูตรนี้เรานั้นหั่นไก่แบบที่เรานั้นต้องการได้ ส่วนผสมนั้นก็หั่นจากชิ้นตามที่เรานั้นต้องการซึ่งอันนี้เรานั้นก็สามารถที่จะทำให้เด็กๆนั้นกินได้ด้วย  

ส่วนผสมผัดเปรี้ยวหวาน 

กระเทียมไทยสับสักประมาณ 10 กลีบ         เนื้ออกไก่     สับปะรด   แตงกวา    หอมใหญ่   พริกฝรั่งแดง  

มะเขือเทศ     ซอสมะเขือเทศ   น้ำตาลทราย  เกลือป่น  น้ำเปล่า  น้ำมันพืช  

วิธีทำผัดเปรี้ยวหวานไก่  

  • เจียวกระเทียมสับที่เตรียมไว้นั้นลงในกระทะจากนั้นเจียวให้หอมเหลือง  จากนั้นเราก็ใส่ไก่ลงไป จากนั้นเราก็ผัดจนสุก  
  • จากนั้นเราก็ใส่สับปะรด แตงกวา  หอมใหญ่  พริกฝรั่งและมะเขือเทศใส่ลงไปจากนั้นเราก็ผัดจนสุก
  • ปรุงรสด้วยซอสมะเขือเทศ จากนั้นเราก็ใสน้ำตาลทรายลงไป  และเกลือนิดหน่อย และใส่น้ำเปล่าลงไปนิดนึง จากนั้นเราก็พัดให้เข้ากัน หลังจากนั้นเราก็ชิมรส และปรุงรสตามที่ชอบ  จากนั้นเราพร้องเสิร์ฟ

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

ทำยังไงให้ตื่นเช้าได้อย่างสดใสแม้ต้องนอนดึก

ทำยังไงให้ตื่นเช้าได้อย่างสดใสแม้ต้องนอนดึก

     ทำยังไงให้ตื่นเช้าได้อย่างสดใสแม้ต้องนอนดึก บางครั้งคนเราก็มีความจำเป็นต้องนอนดึกถึงแม้จะรู้ว่าวันรุ่งขึ้นจะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปเรียนหรือไปทำงาน แต่เราจะต้องทำอย่างไรให้นอนดึกแล้วสามรถตื่นแต่เช้ามาได้โดยไม่มีอาการง่วงนอน ตื่นขึ้นมาด้วยความสดใสเหมือนกับว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาแล้วเราไม่ได้นอนดึกเลย วันนี้จึงนำเคล็ดไม่ลับมาเล่าสู่กันฟัง

  1. ต่อให้เรานอนดึกแค่ไหนก็อย่าพยายามให้เหลือเวลานอนน้อยกว่า4 ชั่วโมงเพราะร่างกายยังสามารถรับได้หากพักผ่อนอยู่ที่ 4 ชั่วโมงแต่หากมากกว่านั้นอาจจะง่วงนอนระหว่างวันได้ 
  2. ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในวันที่เราจะต้องตื่นเช้าเพราะเครื่องดื่มเหล่านี้จะทำให้เราตื่นมาแล้วรู้สึกปวดหัว ทำให้ไม่รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ดังนั้นหากรู้ตัวว่ารุ่งขึ้นต้องตื่นแต่เช้าอย่ากินเด็ดขาดแล้วคุณจะตื่นมาแบบสดใส
  3. เราควรนอนหลับให้สนิทไม่ตื่นขึ้นกลางคันบ่อยๆ เพราะจะทำให้เราร่างกายอ่อนเพลีย และตื่นขึ้นมาไม่สดใสดังนั้นห้องนอนของเราควรเป็นห้องสามารถกันเสียงรบกวนเข้ามาภายในห้องได้ 
  4. การตั้งนาฬิกาปลุกนั้นควรมีการวางไว้ให้ห่างจากเตียงนอนเพราะหากเราวางไว้ใกล้เตียงจะทำให้เรางัวเงียแล้วกดปิดนาฬิกาแล้วนอนหลับต่อได้ แต่ถ้าหากเราวางนาฬิกาไว้ห่างจากเตียงจะเป็นการบังคับให้เราต้องลุกออกมาจากเตียงเพื่อมาปิดเสียงซึ่งการที่เราต้องลืมตาเดินมาเปิดเสียงนาฬิกาจะช่วยให้เราตาสว่างหายจากอาการง่วงนอนได้
  5. อาบน้ำด้วยน้ำอุณหภูมิห้องปกติ ไม่ควรอาบน้ำอุ่น ความเย็นของน้ำจะช่วยให้ร่างกายของเรารู้สึกสดชื่นขึ้นมาได้
  6. เมื่อตื่นนอนขึ้นมาควรดื่มน้ำ เพื่อให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเมื่อมีน้ำเข้าไปในร่างกาย
  7. ควรจะมีการออกกำลังกายสักประมาณ 10 นาทีเพื่อให้ร่างกายมีความรู้สึกตื่นตัว แต่หากใครไม่ชอบการออกกำลังกายใช้เป็นการบิดตัวขยับแขนขยับขานิดหน่อยเพื่อให้ร่างกายรับรู้ว่าตอนนี้ได้เวลาตื่นแล้วจะช่วยให้เราสดใสขึ้นมาได้
  8. เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วควรทานอาหารเช้าเพื่อให้กระเพราะเริ่มรู้ว่าได้เวลาทำงานแล้ว ให้กลไกการทำงานของร่างกายรับรู้ว่าต้องมีการเริ่มทำงาน การทานอาหารอ่อนๆตอนเช้าเช่นโจ๊ก กับน้ำผลไม้ หรือน้ำนม จะช่วยให้รู้สึกดีและรู้สึกสดชื่นขึ้น
  9. หากยังไม่ดีขึ้นให้หาน้ำผลไม้เปรี้ยวหรือผลไม้รสเปรี้ยวทานเพิ่ม รับเรื่องสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันทีเลยทีเดียว

นี่เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เราตื่นเช้าขึ้นมาแบบสดชื่น แต่การพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้คุณตื่นมาสดชื่นได้ดีที่สุดดังนั้นหากไม่จำเป็นไม่ควรนอนดึกบ่อยมากนัก

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   สูตร เซ็กซี่ บาคาร่า ฟรี 2020

ผลไม้มงคลและต้นไม้มงคล

ผลไม้มงคลและต้นไม้มงคล

ผลไม้มงคลและต้นไม้มงคล เมื่อเรานั้นต้องมีพิธีในการที่เรานั้นต้องไหว้เจ้าหรือว่าอะไรนั้นแล้วแต่ที่เรานั้นต้องเอาผลไม้นั้นซึ่งวันนี้นั้นเราต้องเอาผลไม้ที่เป็นสิริมงคลตามความเชื่อของคนจีนที่จะส่งเสริมดวงของเรานั้นให้มีชีวิตที่รุ่งเรืองและก็เป็นผลไม้ตามฤดูกาลนั้นด้วยและเป็นผลไม้ที่เรานั้นหาซื้อได้ไม่อยากที่มีขายในตามท้องตลาดนั้นทั่วไปและเป็นผลไม้ที่มีความเชื่อเรื่องสิริมงคล เราไปดูกันว่ามีผลไม้อะไรกันบ้างที่เรานั้นสามารถเอามาไหว้เจ้าที่เป็นสิริมงคล 

ต้นส้มและลูกของส้ม ส้มที่เรานั้นรู้จักกันนั่นแหล่ะค่ะเป็นผมไม้ที่ที่เป็นมงคลในความหมายของจีนนั้นเป็นผลไม้ที่ดี เป็นมงคล  และนิยมเอามาใช้ในช่างเทศกาลต่างๆที่สำคัญของคนจีนโดยที่เรานั้นเชื่อว่าจะทำให้ผู้ที่รับนั้นมีความสุข  ความดีงามเป็นต้น 

ดอกกุ้ยฮวา  อันนี้ก็เป็นต้นไม่อีกอย่างหนึ่งที่เราเป็นคนนั้นรู้จักกันในนามว่า ต้นไม้ หอมหมื่นลี้ ซึ่งมีความหมายว่า ดี วิเศษ สูงศักดิ์  ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีความหมายนั้นดีอย่างมากและเป็นต้นไม้ที่นิยมมอบให้แก่กันเพื่อที่จะแสดงความหมายว่าให้กับคนที่เราเอาไปให้นั้นให้มีความประสบความสำเร็จ ในเรื่องของหน้าที่การงาน ซึ่งจะนิยมปลูกใส่กระถางในซึ่งลักษณะนั้นต้นนั้นจะออกดอกเป็นช่อๆและจะบานพร้อมๆกันลักษณะของดอกนั้นจะออกดอกช่อน้อยๆดอกนั้นก็น้อยเล็กๆ

ดอกกวนอิมเงิน-หรือว่าดอกกวนอิมทองนั้น  ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีชื่อนั้นคล้ายกับชื่อของเจ้าแม่กวนอิมและก็คนส่วนใหญ่นั้นจะนิยมปลูกซึ่งเป็นต้นไม้ที่นิยมปลูกในสมัยของโบราณที่เรานั้นใช้ในงานการประกอบพิธีที่บูชาเทพเจ้า และก็มีความเชื่อกันว่าใครทีปลูกนั้นจะมีโชคมีลาภเพิ่มพูน  ทรัพย์สินเงินทองนั้นจะมากมาย การที่เรานั้นค้าขายนั้นจะได้ขายได้และก็กำไลนั้นดี แต่ว่าเจ้าต้นกวนอิมนี้ต้องมีเทคนิคในการปลูกด้วยที่เรานั้นต้องเลือกวันที่ปลูกตามที่มีเขาเล่ากันต่อกันมาว่าเราต้องปลูกเฉพาะวันอังคารเพียงเท่านั้นเพื่อที่จะเสริมศิริมงคลให้แก่เจ้าของบ้านและคนในครอบครัวภายในบ้านกัน 

ต้นโป๊ยเซียน เป็นต้นไม้ที่มีขนาดกลางเป็นต้นไม้ที่มีความเชื่อกันว่าหากว่าเรานั้นปลูกแล้วได้ดอกนั้นครบแปดดอกเรานั้นจะมีโชคลาภที่คนเรานั้นเชื่อว่าเรานั้นอาจจะถูกหวยหรือว่า ร่ำรวยเงินทอง หรือไม่นั้นก็อาจจะได้เลื่อนยศหรือว่าตำแหน่งหน้าที่การงานของเรานั้นให้สูงยิ่งขึ้น แต่ว่าควรที่จะเป็นหัวหน้าของครอบครัวนั้นต้องเป็นคนปลูกเพราะว่าจะทำให้ครอบครัวของเรานั้นอยู่เย็นเป็นสุขและจะช่วยในเรื่องของโชคลาภและเพื่อที่จะเป็นสิริมงคลนั้นก็ควรที่จะปลูกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และก็ต้องควรที่จะปลูกวันพุธเทคนิคนะครับ

ต้นสน  เป็นต้นไม้ที่อยู่เมืองหนาวแต่ว่าสามารถปลูกได้ที่เมืองไทย ซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน  ทนความแล้งนั้นได้ ด้วยลำต้นนั้นสูงเป็นสง่า ซึ่งต้นไม้นั้นแสดงถึงความกล้าหาญการที่เรานั้นเลือกปลูกนั้นสามารถที่จะเลือกปลูกเป็นแนวกั้นรั้วริมถนนทางเดินนั้นได้ 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   sa casino ฟรี300

วัยทอง

วัยทอง

 

วัยทอง หลายคนคิดว่าจะเกิดกับคนที่มีอายุมากแล้ว วัยทองสามารถเกิดได้ตั้งแต่อายุ 30ปีไปจนถึง 50 กว่าเลยทีเดียว เป็นการเปลี่ยนแปลงของรังไข่ที่สร้างฮอร์โมนได้ไม่เต็มที่ ทำให้ประจำเดือนมาขาดๆหายๆ และคนที่จะมีโอกาสเกิดอาการของวัยทองทำสิ่งเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว อย่างพักผ่อนน้อย ฉีดฮอร์โมนหลังคลอด หรือกินยาคุมฉุกเฉินบ่อย โดยเฉพาะผู้หญิงที่สูบบุหรี่บ่อย จะเกิดอาการของวัยทองได้มากกว่าคนอื่น และถ้าได้มีการตัดรังไข่ทิ้งก็สามารถมีอาการของวัยทองได้เลย

อาการของวัยทอง

เมื่อรังไขสร้างฮอร์โมนน้อยลง ทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าด้านอารมณ์ จะทำให้เกิดอาการหงุดหงิดง่าย โกรธง่ายหายเร็ว ตามอารมณ์ไม่ทัน ร้อนๆหนาวๆตามร่างกาย หรือบางที่เหงื่อออกมามากผิดปกติ ทั้งๆที่อากาศไม่ร้อนมาก ในบางคนจะมีอาการปวดเมื่อยร่างกาย เล็บเปราะบางหักง่าย และอาจจะเกิดอาการของโรคกระดูกพรุนอีกด้วย และยังมีอาการเวียนศีรษะ ใจสั่น ผิวแห้ง เวลาปัสสาวะจะมีอาการแสบ ช่องคลอดแห้ง

บางคนอาจจะมีอาการปัสสาวะบ่อย ปาดปัสสาวะบางทีกลั้นไม่อยู่ ผมร่วงมาก และยังมีอาการหลงลืมง่าย เวลาคิดจะทำอาไรทำให้สมองทำงานช้าลง และเวลานอนจะนอนหลับไม่สนิท หรือเมื่อตื่นกลางดึกแล้วทำให้นอนต่อยาก อาการเหล่านี้คืออาการของวัยทองที่นำมาบอกแบบคร่าวๆ ก็ลองสังเกตุตัวเองดูว่าเริ่มเข้าวัยทองหรือยัง

ข้อควรระวัง

เมื่อมีอาการวัยทองแล้วข้อควรระวัง คือโรคภัยที่จะมาคู่กับวัยทองของเรา อย่างเช่นโรคหัวใจ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก โรคกระดูกพรุน เพราะฉะนั้นเราจึงควรไปตรวจสุขภาพทุกปี เพื่อเป็นการป้องกันโรคต่างๆเหล่านี้

เตรียมตัวรับมือวัยทอง

โดยเฉพาะบรรดาคุณผู้หญิงมาเตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับอาการวัยทองกันเถอะ และควรหลีเลี่ยงหรืองดการสูบบุหรี่ เหล้า ของมึนเมาออกจากร่างกาย ควรพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนน้อยเป็นประจำก็ส่งผลให้เกิดอาการวัยทองเร็วขึ้น และไม่ควรทำให้ตัวเองเครียดหาอาไรสนุกทำให้สมองผ่อนคลายบ้าง และอย่าลืมทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายให้ครบ 5หมู่

และหมั่นออกกำลังกาย และสิ่งที่ทำอยู่นี้ไม่ได้ให้ดีขึ้นก็ควรไปปรึกษาแพทย์ การได้รับคำแนะนำจากแพทย์ดีที่สุด ทำความเข้าใจกับโรคนี้ไปด้วย เพราะอาจจะส่งผลข้างเคียงตามมา หรือมีปากเสียงกัน และอาการวัยทองนี้สามารถเกิดกับผู้ชายได้เช่นกัน อาการก็จะคล้ายๆกัน อย่างร้อนวูบวาบ หงุดหงิดง่าย เบื่ออาหาร ดังนั้นการทำอาหารควรต้องหาอะไรใหม่ๆมาให้รับประทานกัน

 

สนับสนุนโดย   สูตรบาคาร่า sa gaming