เสียวสันหลังวาบกับหมูกระทะริมทาง 

            ในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ภาพถนนเส้น 1 แถวบริเวณย่านศาลายาโดยภาพที่มีการเผยแพร่นั้นจะเป็นบริเวณด้านฟุตบาทซึ่งจะพบว่ามีร้านหมูกระทะนำโต๊ะมาวางไว้ตรงบริเวณด้านบนของฟุตบาทตลอดทางเดินซึ่งหลายคนที่เห็นภาพนี้ใน Social Media ต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ว่าสามารถวางโต๊ะไว้บนฟุตบาทได้ด้วยหรือและที่สำคัญมันใกล้กับถนนมากๆซึ่งมันค่อนข้างที่จะอันตรายอย่างไรก็ตามสำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่บริเวณดังกล่าวนั้นกลับมีความคิดเห็นอีกแบบหนึ่ง

        สำหรับภาพที่มีการเผยแพร่กันอยู่ในขณะนี้ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 26 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2564 โดย เพจหนึ่งที่มีการลงข้อมูลผ่านทาง facebook โดยภาพที่มีการเผยแพร่นั้นจะเป็นภาพที่มีการนำหญ้าเทียมตัดเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสมาวางไว้เป็นที่นั่งและมีโต๊ะญี่ปุ่นวางไว้ซึ่งด้านบนนั้นก็จะมีการวางเตาหมูกระทะ 

          โดยร้านดังกล่าวนั้นเปิดเป็นร้านหมูกระทะซึ่งอยู่ตรงข้ามกับแม็คโครสาขาศาลายาจังหวัดนครปฐมเมื่อภาพนี้ถูกเผยแพร่และถูกแชร์ในโลกออนไลน์มีหลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับภาพดังกล่าวเนื่องจากว่าพื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ของหลวงจึงไม่ควรนำโต๊ะหรือเก้าอี้มาวางขายของ ซึ่งควรจะต้องโดนเทศกิจจับกุมแต่กลับพบว่าบริเวณดังกล่าวยังสามารถขายได้ตามปกติขายบนทางเท้าซึ่งมีลักษณะความยาวหลายโต๊ะมาก

         นอกจากนี้หลายคนยังวิจารณ์ว่าหลังจากที่มีการนำโต๊ะมาวางขายหมูกะทะก็ทำให้กินพื้นที่ที่จะทำให้คนเดินบนฟุตบาทได้  ที่สำคัญหลายคนมองว่าการตั้งโต๊ะบนฟุตบาทนั้นค่อนข้างเสี่ยงและเป็นอันตรายเป็นอย่างมากหากมีรถวิ่งผ่านมาตรงถนนเส้นดังกล่าวแล้วเสียหลักอาจจะสามารถแฉลบโดน คนที่่นั่งกินหมูกะทะอยู่ทำให้เกิดการบาดเจ็บได้

        อย่างไรก็ตามสำหรับคนในพื้นทีดังกล่าวก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเพจนี้เช่นเดียวกัน โดยระบุว่า ร้านนี้มีการเปิดขายมานานแล้ว และอาหารก็อร่อยมากและทีสำคัญถนนเส้นดังกล่าวนั้น ในช่วงเวลากลางคืน จะมืดมากไม่มีใครมาเดินแถวถนนเส้นนี้อยู่แล้ว นอกจากนี้ถนนเส้นดังกล่าวก็แทบจะไม่มีรถวิ่งในเวลาช่วงกลางคืนเลยจึงทำให้ไม่ต้องเป็นกังวลใจเรื่องของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

   ที่สำคัญนับตั้งแต่ที่ร้านหมูกระทะมาเปิดบริการก็มีการติดไฟสว่างไสวทำให้ถนนนั้นสว่างมากขึ้นซึ่งแต่เดิมนั้นถนนเส้นนี้มืดมากดังนั้นคนในพื้นที่จึงไม่มีใครรู้สึกว่าร้านดังกล่าวนั้นสร้างความรำคาญให้กับคนในพื้นที่และยังเป็นเรื่องดีมากกว่าอีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย  เว็บบาคาร่า sa ขั้นต่ำ 5 บาท

หนุ่มหึงโหด กลัวภรรยานอกใจใช้มีดแทงดับ ก่อนเข้ามอบตัวทั้งที่ยังเมา

         เมื่อวันที่ 15 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2564    ช่วงเวลาประมาณ 15:45 น. ที่จังหวัดอุดรธานี  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีหญิงสาวเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งด้วยอาการถูกมีดแทงจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลหลังจากทราบเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุของผู้เสียชีวิตทันทีโดยเมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการตรวจสภาพสถานที่เกิดเหตุพบร่องรอยการต่อสู้และพบครอบครัวของผู้ก่อเหตุยืนรอให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

          สำหรับผู้ก่อเหตุในครั้งนี้เป็นสามีของหญิงสาวคนดังกล่าวเองซึ่งทางด้านพ่อสามีของผู้เสียชีวิตได้เล่าให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าทั้งคู่คบหาดูใจกันมานานถึง 5 ปีและเพิ่งตัดสินใจที่จะแต่งงานกันเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมานี้เองตลอดระยะเวลาที่แต่งงานกันมานั้น

ทั้งคู่มักจะทะเลาะกันเป็นประจำเนื่องจากว่าฝ่ายชายนั้นเมื่อกินเหล้าและนิสัยจะเปลี่ยนไปทันที  จะมีนิสัยก้าวร้าวและมีความเป็นนักเลงและมักจะคิดว่าภรรยาของตนเองจะนอกใจไปมีผู้ชายคนอื่นจึงมักมีปากเสียงทะเลาะกับภรรยาเป็นประจำทุกคน

ในครอบครัวของฝ่ายชายนั้นก็พยายามห้ามปรามและสั่งสอนฝ่ายชายเพราะทุกคนเชื่อว่าผู้เสียชีวิตนั้นเป็นคนดีเป็นภรรยาที่ดีและไม่มีทางนอกใจลูกชายของพวกเขาอย่างเด็ดขาดนอกจากนี้ผู้คนในครอบครัวต่างก็รักและเอ็นดูผู้เสียชีวิตเป็นอย่างมาก

       ทางด้านพ่อสามีของผู้ตายได้เล่าให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าในขณะเกิดเหตุนั้นไม่มีคนอยู่บ้านเนื่องจากว่าทุกคนออกไปทำงานกันหมดซึ่งทางด้านผู้ตายเองก็ทำงานอยู่ที่ร้านขายโทรศัพท์กับน้องสะใภ้แต่เนื่องจากว่ามีคนมาบอกว่าสามีไปกินเหล้าทำให้ผู้ตายตัดสินใจขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปตามสามีกลับบ้านหลังจากนั้นน่าจะกลับมาทะเลาะกันและลงไม้ลงมือกันจนเกิดเหตุการณ์หน้าเศร้าสลดเกิดขึ้น

     อย่างไรก็ตามผู้ที่พบร่างของผู้ เสียชีวิตเป็นคนแรกนั้นคือแม่ของผู้เสียชีวิตเองเนื่องจากว่าในขณะที่ทะเลาะกันและถูกแทงจนได้รับบาดเจ็บนั้นฝ่ายชายได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์หลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุซึ่งฝ่ายหญิงยังไม่หมดสติจึงได้มีการโทรศัพท์ไปหาแม่ของตนเองเพื่อให้มาช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลอย่างไรก็ตามหลังจากที่แม่เดินทางมาถึงและได้มีการนำลูกสาวส่งโรงพยาบาลเมื่อมาถึงโรงพยาบาลหญิงสาวก็เสียชีวิตเนื่องจากว่าอาการบาดเจ็บของแผลไม่ไหว

           ซึ่งในขณะนี้ทุกคนในครอบครัวทั้งฝ่ายชายและของฝ่ายหญิงกำลังให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยออกตามหาผู้ก่อเหตุเพื่อให้มันดำเนินคดีและทางด้านครอบครัวของฝ่ายชายนั้นยืนยันจะไม่มีการประกันตัวอย่างเด็ดขาดจะให้รับผิดตามกฎหมายนั่นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ทดลองเล่นบาคาร่าฟรี se

สถานการณ์การเงินออม (วูบ)

โดยสถานการณ์โควิด-19ที่เกิดขึ้นเราได้เห็นปรากฎการต่างๆมากมายที่ได้เกิดขึ้นเราจะเห็นว่าวิถีชีวิตของคนเราก่อนหน้านี้เรื่องของเงินออมสำหรับคนรุ่นใหม่อาจจะยังไม่ค่อยคิดพึ่งจะเริ่มทำงานอาจจะอยากจับจ่ายใช้สอยแต่พอเกิดสถานการณ์โควิด-19 เราเริ่มเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงจริงๆหลายๆคนเริ่มาตระหนักคิดแล้วและเริ่มมามองแล้วว่าสถานการ์โควิด-19มันได้บอกอะไรหลายๆอย่าง

เพราะว่าหลายๆคนตกงานทันทีรู้วันนี้พรุ่งนี้ตกงานทันทีหลายๆคนยังเตรียมตัวไม่ทันแล้วพอไปดูไปเช็คกระแสเงินของตัวเองปรากฎว่าเงินที่เก็บสะสมอยู่ใช้ได้แค่เดือนชนเดือนไม่สามารถที่จะอยู่ต่อถ้าตกงานสัก3เดือนนี่ลำบากถ้าภาครัฐไม่ได้เข้ามาช่วย

ในส่วนนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นสัญญาณเตือนครั้งยิ่งใหญ่มากเลยสำหรับสถานการณ์โควิด-19ที่เข้ามากระแทรกและทำให้หลายๆคนตระหนักถึงความสำคัญแต่ว่าบางคนเขาปรับตัวไม่ทันเพราะว่าอายุก็เยอะพอสมควรการที่จะลุกขึ้นมามันก็อาจจะยากหน่อยแต่ที่จริงแล้วมันไม่มีอะไรที่จะสายเกินแก้ทุกสิ่งทุกอย่างมันสามารถที่จะแก้ไขได้

ดังนั้นเรื่องนี้ถือได้ว่ามันเป็นปัญหาใหญ่เป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างเป็นปัญหาระดับชาติแล้วก็จะกลายมาเป็นปัญหาสังคมตามมาจริงๆมันก็มีบทสำรวจออกมาเยอะแยะมากมายทางสถาบันป๋วยอึ๊งภากรณ์เขาทำวิจัยเขาบอกว่าคนที่เกษียณอายุมีการเข้าไปสำรวจว่าคุณจะเอาเงินมาจากที่ไหน

คำตอบที่ได้มา55%เขาจะเอามาจากบุคคลในครอบครัวเช่นลูกหลานไม่ได้เก็บเองเท่ากับไม่ได้เพื่อตัวเองหลังจากเกษียณเราจะมีเงินทุนสำหรับที่จะดูแลตัวเองได้ไปอีกกี่ปีคืออาจจะมีเงินแต่มันอาจจะไม่พอแล้วอีกประมาณ30%ยังคงต้องทำงานขนาดอายุ60-65แล้วที่เห็นๆกันเขาทำงานเพื่อเลี้ยงชีพจริงๆแต่มันมีจำนวนหนึ่งถืออว่าเป็นตัวเลขที่น่าสนใจแล้วก็น่าตกใจเลยทีเดียว

นอกจากนี้เรามาดูตัวเลขของการออมเงินครัวเรือนไทยกันว่ามันเป็นอย่างไรสะท้อนหรือบอกอะไรอย่างไรได้บ้างโดยการออมของครัวเรือนไทยมีข้อมูลครัวคิดว่าเป็นจำนวนล้านครัวเรือนมีข้อมูลดูย้อนกลับไปในปี62มีทั้งหมด22ล้านนครัวเรือปรากฎว่าสัดส่วนของการออมจะอยู่ที่72.2%

เนื่องจากนี้ในปี2561 มีการออม21.6ล้านครัวเรือนประมาณการออมอยู่ที่72.9%ถ้าย้อนไปดูในปี59กับ60สัดส่วนการออมจะอยู่ที่66.7% 71.6% ถ้าดูแบบนี้การออมของครัวเรือนไทยเรามีตัวเลขที่แต่ละปีเพิ่มขึ้นๆตรงนี้ก็ยังไปสอดคล้องกับผลการวิจัยกองทุนการเงินระหว่างประเทศด้วยว่าจริงๆแล้วประเทศไทยถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่งแต่ถ้าไปดูเฉพาะจำนวนเงินที่มีการออมเพิ่มขึ้นได้ในแต่ละปีอยู่ที่9,000บาท

 

สนับสนุนโดย  ทดลองเล่นสล็อต gclub

จุดจบของเมียน้อย

              สำหรับปัญหาสังคมในครอบครัวปัญหาใหญ่  ที่เรามักจะพบเห็นกันเป็นประจำนี่คือปัญหาที่คู่สามีภรรยาแอบมีชู้   ซึ่งปัญหานี้ไม่ว่าจะพยายามที่จะมีการแก้ไขกันมากขนาดไหนแต่ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้เพราะขึ้นอยู่กับตัวบุคคลแต่อย่างไรก็ตามการที่เป็นชู้กับครอบครัวของคนอื่นนั้นหรือการทำให้คนอื่นน้ำแตกแยกไม่ได้เกิดผลดีกับคนที่เป็นชู้เลยอย่างตัวอย่างที่กำลังจะมีการพูดถึงต่อไปนี้ซึ่งตัวเธอนั้นได้บอกกับสังคมว่าตัวเองนั้นเป็นเมียน้อยของคนอื่นแต่จุดจบของเมียน้อยนั้นไม่ได้สวยหรูแต่อย่างใด

            เเรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อหญิงสาวคนหนึ่งอายุ 29 ปีได้ออกมาเปิดเผยความสัมพันธ์ของเธอกับชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานกันหญิงสาวเป็นคนประเทศอังกฤษและเธอนั้นได้ออกมายอมรับกับทุกคนว่าเธอนั้นเป็นเพียงเมียน้อยของเขาโดยเธอเล่าเหตุผลของการยอมเป็นน้อยของชายคนดังกล่าวว่า  เธอรู้อยู่แล้วว่าฝ่ายชายนั้นมีภรรยาและลูกอยู่แล้วซึ่งในตอนแรกนั้นเธอไม่ได้สนใจฝ่ายชายเลยแต่ฝ่ายชายกับตามจีบเธอและยังบอกกับเธออีกว่าเขามีปัญหากับภรรยามานานแล้วและกำลังจะหย่าขาดจากกัน  และเขาสนใจในตัวเธอเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าเขาได้เธอนั้นสามารถเข้ากันได้ดีด้านนิสัยใจคอ

        ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจที่จะเป็นภรรยาน้อยของเขาเพื่อรอเวลาให้เขานั้นหย่ากับภรรยาหลวงนั่นเอง  แต่เธอกับเขานั้นคบกันได้เพียงแค่ไม่ถึงเดือนฝ่ายชายก็มีนิสัยที่ไม่เหมือนเดิมชอบหาเรื่องทะเลาะกับเธออยู่เป็นประจำทั้งที่ก่อนหน้านี้ฝ่ายชายนั้นเอาอกเอาใจเธอมากหาซื้อบ้านให้เธออยู่และมาอยู่กับเธอแทบจะตลอด 24 ชั่วโมงรวมถึงยังซื้อรถพาเธอไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆเรียกได้ว่าฝ่ายชายนั้นไม่เคยกลับไปอยู่กับภรรยาหลวงเลยจนทำให้เธอมั่นใจว่าเขาจะหย่าขาดกับภรรยาหลวงอย่างแน่นอน

         ได้แล้วเพียงแค่ 1 เดือนหลังจากนั้นฝ่ายชายก็แสดงพฤติกรรมธาตุแท้ออกมา เขาเริ่มใช้ถ้อยคำหยาบคายกับเธอและท้ายที่สุดแล้วเขาก็ขอเลิกกับเธอแต่ระหว่างที่ยังอยู่ในเรื่องของการคุ้มครองว่าจะเลิกกันหรือไม่นั้นเขาก็ยังคงมาหาเธอและยังคงมีเซ็กส์กับเธออยู่แต่ในที่สุดแล้วเธอก็ไม่รู้ความจริงภายหลังว่าเขาไปมีผู้หญิงคนใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้วและบ้านหลังที่เขาเคยซื้อเพื่อที่จะได้อยู่อาศัยกับเธอนั้นฝ่ายชายก็ให้ผู้หญิงคนใหม่เข้ามาอยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

         สำหรับเรื่องนี้เป็นข่าวโด่งดังขึ้นมาเนื่องจากว่าเธอได้มีการติดต่อไปที่ผู้เชี่ยวชาญปัญหาครอบครัวและเธอถามเกี่ยวกับความรู้ที่ว่าเธอควรจะไปบอกฝ่ายหญิงคนใหม่หรือไม่ว่าเธอคนนั้นกำลังจะถูกหลอกเหมือนที่เธอได้เป็นอยู่แต่อย่างไรก็ตามได้มีคนห้ามเธอไม่ให้มีการพูดถึงเรื่องนี้กับฝ่ายหญิงคนใหม่เนื่องจากว่าต่อให้เธอไปบอกเล่าเรื่องราวของเธอให้คนอื่นฟังยังไงผู้หญิงคนนั้นก็คงไม่ฟังเธออย่างแน่นอน

เพราะจะมองว่าเธอนั้นเกิดความอิจฉาริษยาและมาใส่ร้ายฝ่ายชายให้กับเธอฟังซะมากกว่า ดังนั้นผู้ที่ให้คำปรึกษาเธอจึงแนะนำกับเธอว่าให้เธอปล่อยไปและในที่สุดธาตุแท้ของฝ่ายชายก็จะแสดงออกมาให้ผู้หญิงคนใหม่ได้เห็นเอง และแน่นอนว่านี่ควรจะเป็นอุทาหรณ์ของเธอได้อย่างดีเยี่ยมว่าหากผู้ชายยังคงแต่งงานมีครอบครัวอยู่ต่อให้เขาพูดคำหวานมากแค่ไหนว่าเขาจะเลิกกับภรรยาก็ไม่ควรเชื่อใจ

 

สนับสนุนโดย.  บาคาร่า sa

ดราม่าหน้ากากอนามัยตั้งแต่ยังไม่เปิดเทอม 

ยังไม่ทันเปิดเทอมก็มีดราม่าซะแล้วกับสถาบันการเรียนการสอนของโรงเรียนต่างๆที่เกิดขึ้นในตอนนี้เนื่องจากว่ามีการแชร์ข้อมูลจากโรงเรียนแห่งหนึ่งลงในโลกออนไลน์ซึ่งระบุว่ามีการกำหนดการใช้หน้ากากอนามัยของเด็กนักเรียนโดยเจาะจงว่าเด็กผู้ชายนั้นจะต้องใส่หน้ากากอนามัยสีเข้มเท่านั้นส่วนเด็กผู้หญิงนั้นก็ต้องใส่หน้ากากอนามัยสีอ่อนเท่านั้นโดยระบุว่าการสวมใส่หน้ากากอนามัยนั้น

จะต้องไม่มีลวดลายต่างๆเพื่อให้เหมาะสมกับการเป็นนักเรียนและให้เข้ากับเครื่องแบบนักเรียนนั้นเอง ปัจจุบันนี้ประเทศไทยยังคงมีปัญหาเรื่องของการระบาดของไวรัสโคโรน่าอยู่ถึงแม้ว่าในแต่ละวันนั้นจำนวนผู้ติดเชื้อจะไม่มากเท่าที่ควรซึ่งบางวันก็ไม่มีผู้ติดเชื้อเลยก็มีแต่เรายังไม่สามารถไว้วางใจได้

ดังนั้นทุกคนจึงจำเป็นต้องมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งก่อนที่จะออกจากบ้านเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั่นเองแต่อย่างไรก็ดีสำหรับในเรื่องของการที่จะเปิดเทอมที่กำลังจะใกล้เข้ามาในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้กลับมีกระแสดราม่าออกมาจากโรงเรียนซึ่งมีการถ่ายภาพเกี่ยวกับข้อความที่ทางโรงเรียนได้มีการเขียนแปะไว้ถึงกฎระเบียบข้อบังคับเรื่องของการสวมใส่หน้ากากอนามัย

สำหรับเด็กนักเรียนว่าจะต้องมีการให้เด็กนักเรียนได้สวมใส่หน้ากากอนามัยสีอะไรซึ่งหลายคนมองว่านี่เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของเด็กนักเรียนมากจนเกินไปเลยมองว่าหากจะจำกัดให้นักเรียนนั้นใส่หน้ากากอนามัยที่ไม่มีลวดลายยังพอกำหนดไม่ได้แต่การที่จะต้องมาทำกับว่าเด็กผู้ชายต้องใส่สีเข้มเด็กผู้หญิงต้องใส่สีอ่อนนั้นดูมันจะเป็นการกำหนดกฎเกณฑ์มากจนเกินไป

เพราะผู้ชายบางคนก็อาจจะชอบสีอ่อนได้หรือผู้หญิงบางคนก็อาจจะชอบสีเข้มได้ก็เช่นเดียวกันดังนั้นทางที่ดีแล้วเพียงแค่นักเรียนสมใส่หน้ากากอนามัยก็น่าจะเพียงพอกับความต้องการของทางโรงเรียนแล้วไม่ควรจะต้องมานั่งบังคับกะเกณฑ์กันเพราะการซื้อหน้ากากอนามัยนั้นบางครั้งมันก็ไม่สามารถที่จะหาได้ง่ายๆว่าจะต้องซื้อสีไหนเป็นสีไหน

หลายคนได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่าสำหรับเด็กนั้นทำไมถึงจะต้องมีการถูกกดขี่จากทางโรงเรียนมากมายโดยเฉพาะแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆๆตัวอย่างการสวมใส่หน้ากากอนามัยก็ยังต้องมีการกักเองกันด้วยว่าใครจะต้องใส่สีอะไรซึ่งเรื่องแค่นี้เด็กๆน่าจะมีสิทธิ์ในการที่จะเลือกของตนเองได้แล้วอย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องของข้อมูลหน้ากากอนามัยที่มีการกำหนดที่เอามาแชร์กัน

ในวันนี้ยังไม่ได้มีการออกมาพูดถึงว่าเป็นของโรงเรียนหรือสถาบันไหนหรือเป็นการประกาศออกมาจากรัฐบาลที่เด็กนักเรียนทุกโรงเรียนจะต้องมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยสีในลักษณะนี้ดังนั้นอาจจะต้องรอดูอีกทีนึงว่าสำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องของกฎระเบียบข้อบังคับหน้ากากอนามัยนั้นทางรัฐบาลจะมีการออกมาประกาศว่าอย่างไรบ้าง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลองเล่น

หลายคนสงสัยเหตุใดห้างสรรพสินค้าเปิดได้แล้วแต่โรงเรียนยังต้องปิดอยู่

     เกิดคำถามที่หลายคนอาจจะมีความสงสัยอยู่ว่าถ้าสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าในปัจจุบันนั้นดีขึ้นสามารถควบคุมเชื้อโรคได้แล้วถึงขณะที่ตอนนี้ประเทศไทยเราเองนั้นสามารถที่จะเปิดห้างสรรพสินค้าให้ผู้คนเข้าไปจับจ่ายซื้อสินค้ากันได้แล้วแล้วทำไมโรงเรียนถึงยังต้องปิดอยู่อีกผู้ปกครองหลายคนอยากที่จะให้โรงเรียนเปิดเพื่อที่จะได้ให้ลูกหลานไปโรงเรียนเนื่องจากว่าปัจจุบันนี้เมื่อเด็กต้องอยู่ที่บ้าน

ผู้ที่รับผิดชอบดูแลลูกๆก็คือผู้ปกครองซึ่งหลายคนต้องทำงานไปด้วยเลี้ยงลูกไปด้วยซึ่งเป็นความยากลำบากในช่วงเวลานี้เป็นอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องของคำถามนี้ทางนายแพทย์ทวีศิลป์ก็ได้มีการออกมาพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของการให้เปิดห้างแต่ยังคงมีการปิดโรงเรียนอยู่นั้นเนื่องจากว่าการเปิดทางนั้นต้องการที่จะให้ผู้คนได้มีโอกาสไปจับจ่ายซื้อของที่มีความจำเป็นต้องใช้

ซึ่งบางครั้งสินค้าในการซื้อนั้นไม่ใช่สินค้าเพื่ออาหารการกินอย่างเดียวบางคนตอนนี้อยู่บ้านนางอ้วนมากขึ้นจำเป็นต้องมีการซื้อเสื้อผ้าที่ไซส์ใหญ่ขึ้นหรือแม้แต่บางคนที่ต้องการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆดังนั้นบางครั้งการซื้อของออนไลน์สินค้าบางชนิดก็ไม่เหมาะสมอย่างเช่นเสื้อผ้านั้นหากเราซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์แล้วอาจจะได้สินค้ามาไม่พอดีกับไซส์ของเราก็ได้

ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีการเปิดให้ประชาชนได้มีการใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้วแต่ในขณะเดียวกันสำหรับเรื่องของโรงเรียนที่ยังไม่เปิดนั้นเนื่องจากว่าเราทราบกันดีอยู่แล้วว่าโรงเรียนนั้นเป็นแหล่งที่มีเด็กนักเรียนเยอะและเด็กนักเรียนก็มักจะไม่ค่อยอยู่นิ่งมักจะชอบวิ่งเล่นและสัมผัสกันซึ่งเป็นนิสัยของเด็กอยู่แล้วดังนั้นจึงเป็นความเสี่ยงมากค่ะ

จะปล่อยให้เด็กนักเรียนไปโรงเรียนในช่วงเวลานี้ที่สำคัญช่วงนี้เป็นช่วงระหว่างรอยต่อของการผลิตของอากาศจากอากาศร้อนเข้าสู่หน้าฝนดังนั้นช่วงนี้จึงมีปัญหาในเรื่องของเชื้อโรคเยอะขึ้นเช่นเรื่องของโรคไข้หวัดหรือแม้แต่ไข้หวัดใจและถ้าหากเด็กมีการติดโรคไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่แล้วไปเจอกับโรคไข้ไวรัสโคโรน่าอีกนิดนึงจะทำให้อาการของเด็กเงินสดลงและรักษาได้ยาก

ซึ่งถ้าหากเด็กติดไข้ไวรัสโคโรน่าจากเพื่อนๆที่โรงเรียนก็จะนำโลกนี้ไปติดกับผู้ปกครองที่อยู่ที่บ้านทำให้การระบาดกลับมาอย่างรวดเร็วและอาจจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นก็ได้เชื่อได้เลยว่าการที่โรงเรียนออกมาดูแลเด็กนักเรียนนั้นไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงแน่นอนเพราะหากเป็นช่วงเวลาที่เด็กนักเรียนไม่ได้อยู่ห้องเรียนแล้วแล้ว

ก็เราไม่สามารถควบคุมเด็กนักเรียนได้ว่าจะไม่ให้เล่นแล้วสัมผัสเพื่อนๆดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือต้องมีความมั่นใจเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เสียก่อนจึงจะสามารถปล่อยให้เด็กนักเรียนไปโรงเรียนได้ตามปกติ

 

 

สนับสนุนโดย    sagame

น้องปีนป่ายถูกจับคาร้านชาบู ข้อหาฉ้อโกง

                ก่อนหน้านี้ได้มีการออกข่าวติดตามหาตัวน้องปีนป่าย เน็ตไอดอลคนดังที่มีคนติดตามในเพจกว่าหมื่นคนได้ถูกลูกค้าที่สั่งซื้อของออนไลน์กับน้องปีนป่ายแจ้งความกับตำรวจให้ช่วยตามจับ เพราะเธอประกาศขายสินค้าทางออนไลน์แล้วพอลูกค้าสั่งของโอนเงินให้เรียบร้อยแล้ว แต่เธอไม่ส่งของให้ลูกค้าตามที่นัดกัน ซึ่งมีผู้เสียหายมารวมตัวแจ้งความกันถึง 60 คน

และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบประวัติของเธอก็พบว่าเธอมีคดีความฉ้อโกงในแบบเดียวกันนี้อยู่หลายจังหวัดด้วยกัน ซึ่งครั้งนี้ที่สามารถตามจับตัวเธอได้เพราะเธอไปกินอาหารที่ร้านชาบูแล้วเธอได้โพสต์รูปลงเฟสบุ๊ก ทำให้ผู้เสียหายทำการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตามมาจับกุมตัวเธอถึงที่ร้านชาบูเลย และยังมีอีกหลาย สน. ที่มาติดต่อขอรับตัวเธอไปเพื่อดำเนินคดีต่อเพราะมีคนแจ้งความจับเธอไว้หลายจังหวัด

           เกี่ยวกับปัญหาซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ต่างๆ ค่อนข้างที่จะมีความเสี่ยงเป็นอย่างมากว่าจะถูกโกงเงินหากมีการโอนเงินให้ก่อนและบางครั้งก็กลัวว่าสินค้าจะเสียหายหรือส่งของมาให้เราแบบไม่ตรงปก ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เราก็ยังไม่เข็ดกัน ยังเห็นการซื้อของผ่านระบบออนไลน์เป็นเรื่องที่สะดวก เพราะเราไม่ต้องเสียเวลาไปเดินตามหาร้านที่เราจะซื้อของพวกนี้

และบางครั้งสินค้าที่ขายผ่านระบบออนไลน์ก็ถูกกว่าที่เราไปซื้อตามหน้าร้านด้วยซ้ำไป ถึงแม้จะรวมค่าขนส่งแล้วก็ตาม ทำให้ปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะสั่งซื้อของทางออนไลน์แทน และในปัจจุบันตลาดขายของออนไลน์เริ่มมีการขยายตลาดให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น ขนาดห้างสรรพสินค้าต่างๆ ทั้ง บิ๊กซี  โลตัส เดอะมอลล์

หรือแม้แต่เซ็นทรัล ต่างก็มีการเปิดขายสินค้าออนไลน์พร้อมมีบริการส่งให้ถึงบ้านซึ่งเป็นการสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ซื้ออย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันผู้ซื้อคงต้องหาข้อมูลของร้านค้าก่อนที่จะสั่งซื้อสินค้าว่ามีการ รีวิว สินค้าไว้แบบไหนบ้าง บางร้านส่งของช้า บางร้านส่งของไม่ตรงกับปกที่ถ่ายรูปมาขาย บางร้านก็โกงโดยไม่ยอมส่งของมาให้ แต่ก็มีหลายร้านเหมือนกันที่ค้าขายดี สินค้าดีไม่โกง

  ซึ่งเราไม่สามารถจะดูได้แค่ว่าคนนี้เป็นคนดังไม่น่าจะโกงเงินเรา เพราะตอนนี้ข่าวที่ออกมาเรื่อยๆ ก็เป็นพวกคนดัง พวกเน็ตไอดอล พวกไฮโซปลอมที่มักจะหลอกขายของแล้วเชิดเงินหนีเราทั้งนั้น หากใครที่ชื่นชอบการซื้อสินค้าออนไลน์ก็อย่าลืมตรวจสอบประวัติร้านค้าก่อนซื้อสินค้าทุกครั้งค่ะ

 

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนสด

เด็กอายุ 17 ปีช็อกและเสียชีวิตเพราะตะคริวกินขา

ตะคริวกินขาเพราะแข่งบอลทั้งวัน ทำเด็กอายุ 17 ปีช็อกและเสียชีวิต พ่อแม่เศร้าทำใจไม่ได้มีลูกชายคนเดียว

           มีรายงานข่าวที่จังหวัดกำแพงเพชร มีวัยรุ่นอายุ 17 ปีเสียชีวิตจากอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ซึ่งเป็นผลมาจากการเล่นฟุตบอล และเมื่อสอบถามไปยังพ่อและแม่ของผู้เสียชีวิตก็ได้เล่าให้นักข่าวฟังว่า พวกตนมีลูกชายเพียงคนเดียว อายุ 17 ปี ช่วงเช้าลูกชายมาขอไปแข่งฟุตบอลกับเพื่อนๆ จนค่ำประมาณ 4 ทุ่มกว่าแล้วลูกก็ยังไม่กลับมาถึงบ้านจึงได้ให้สามีโทรตามลูก เมื่อโทรเข้าไปเพื่อนของลูกรับสายและบอกว่าลูกเป็นตะคริวแล้วมีอาการชัก ตอนนี้ได้พาตัวลูกชายส่งโรงพยาบาลแล้ว

ทั้งแม่และพ่อจึงตามไปที่โรงพยาบาลแต่ไม่ทันแล้ว เพราะหมอออกมาบอกว่าปั้มหัวใจแล้ว แต่น้องไม่ฟื้นและตอนนี้น้องเสียชีวิตแล้วซึ่งทางพ่อของน้องได้เล่าให้ฟังว่าน้องเป็นเด็กแข็งแรง ชอบออกกำลังกายโดยเฉพาะฟุตบอลน้องชอบเล่นมาก ซึ่งพ่อก็เคยเตือนน้องอยู่บ่อยๆว่าอย่าหักโหมจนเกินไป แต่น้องก็ไม่ค่อยฟังวันหยุดมักจะออกไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนเป็นประจำ และเพื่อนๆของน้องได้เล่าให้ฟังว่า วันนี้คุณครูพามาแข่งฟุตบอลซึ่งมีเตะช่วงเช้ากับช่วงค่ำ และน้องลงเล่นทั้งสองรอบ

โดยช่วงเช้าไม่ได้มีปัญหาอะไร พอลงเล่นตอนค่ำ เข้าใจว่าอากาศเริ่มเย็นขึ้นมากขณะที่วิ่งในสนามอยู่ดีๆน้องก็ล้มลงแล้วบอกว่าตะคริวกินขา จึงพาน้องออกมานั่งพักที่ข้างสนาม โดยยังถามน้องว่าไหวไหม ซึ่งน้องก็บอกว่าไหว แต่เมื่อเวลาผ่านไปน้องก็ยังไม่หายจากอาการตะคริวกินสักทีและน้องบอกว่าตะคริวขึ้นท้องแล้ว

และสักพักน้องก็ชัก ตัวเริ่มเกร็งทุกคนจึงพากันส่งน้องไปโรงพยาบาลแล้วน้องก็เสียชีวิต ซึ่งคุณหมอลงความเห็นว่าเสียชีวิตเพราะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ซึ่งสาเหตุมาจากอากาศที่หนาวเย็นทำให้น้องเป็นตะคริวประกอบกับน้องเหนื่อยล้าจากการแข่งฟุตบอลทั้งวันทำให้ร่างกายสู้ไม่ไหว ซึ่งทั้งเพื่อนๆและคุณครูต่างก็พากันเสียใจกับการจากไปครั้งนี้ของน้องกันมาก ที่สนามฟุตบอลก่อนแข่งก็มีกายืนไว้อาลัยให้กับน้องที่เสียชีวิต

            สำหรับเรื่องนี้คงเป็นอุทาหรณ์ให้หลายคนได้เป็นอย่างดี ว่าอย่าหักโหมทำอะไรมากจนเกินไป เพราะบางครั้งใจเราไหวแต่ร่างกายของเราอาจจะไม่ไหว และอาจจะมีผลเสียตามมาต่อร่างกายหรือชีวิตของเราได้  ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นอกจากตัวน้องที่ต้องสูญเสียชีวิตของตัวเองแล้ว พ่อแม่ก็ต้องมาเสียลูกชายคนเดียวไป มันไม่คุ้มมากๆเลย

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   aesexy

อบต.ตบหน้าเด็ก 6 ขวบ จนร่วงรถจักรยาน เหตุทำรถบังคับลูกสาว

 ดราม่าเด็กหกขวบถูกหนุ่ม อบต. ตบหน้าเหตุเพราะทำรถบังคับพัง แต่คำชี้แจงสองฝั่งไม่ตรงกัน

               ก่อนหน้านี้มีคนโพสต์เฟสบุ๊ก เล่าเรื่องราวของน้องชายตนเองว่าถูกเพื่อนบ้านที่ทำงานที่ อบต. ตบหน้าเหตุเพราะน้องชายวัยเพียง 6 ขวบขี่จักรยานไปทับรถบังคับของเล่นของ อบต. คนดังกล่าว ทำให้ อบต.หนุ่มไม่พอใจเดินมาตบหน้าน้องไปสองครั้งจนหน้าน้องชายบวมแดงและเป็นรอยนิ้วมือ พร้อมทั้งยังระบุข้อความเพิ่มเติมประมาณว่า ทุกคนต่างก็รักลูกของตัวเองกันทั้งนั้น เด็กแค่ทำรถบังคับพังทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้

ซึ่งเมื่อโพสต์นี้เผยแพร่ออกไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเฟสบุ๊กที่ระบุว่าตอนเองเป็นภรรยาของ อบต. หนุ่มคนที่มีเรื่องตบหน้าเด็ก โดยเธอได้ออกมาชี้แจงในเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ลูกสาวของเธอได้รับของเล่นเป็นรถบังคับเป็นของขวัญวันปีใหม่ ซึ่งคนเป็นพ่อเป็นคนซื้อให้และนี่เป็นของขวัญชิ้นแรกที่ลูกสาวได้รับจากพ่อ 

หลังจากที่ซื้อมาแล้วลูกสาวก็นำรถบังคับไปเล่น ซึ่งก็มีเด็กกลุ่มหนึ่งขี่รถจักรยาน วิ่งไล่ตามจะขับรถทับรถของน้อง เมื่อพ่อของน้องเห็นดังนั้นก็บอกให้น้องเอารถของเล่นมาเล่นใกล้ๆ แต่เด็กผู้ชายก็ยังจะขี่จักรยานตามไล่รถบังคับอีกทำให้รถไปทับรถบังคับพังเสียหาย คนเป็นพ่อก็เลยดุเด็กคนนั้น แต่เด็กกลับแลบลิ้นใส่คนเป็นพ่อ ซึ่งเด็กไม่ได้มีความสลดหรือรู้สึกผิดที่ทำของเล่นของคนอื่นเสียหาย แถมยังพูดด้วยว่าเขาไม่กลัวพ่อของเด็กหญิงหรอก จึงเป็นเหตุให้หนุ่ม อบต . เกิดความโมโหบันดาลโทสะ จึงลงมือตบหน้าเด็กไป ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องก็ได้ไปตกลงเจรจาจ่ายเงินกันแล้ว แต่ทาง อบต. ขอต่อรองราคา

ทำให้พ่อของเด็กชายไม่ยอมและไปแจ้งความ ซึ่งเมื่อนักข่าวมาถามกับพ่อของเด็กชายก็เล่าให้ฟังว่ามีการตกลงเจรจากันจริง โดยเรียกร้องเป็นจำนวนเงิน 1000 บาทแต่ทาง อบต. หนุ่มขอจ่ายเพียง 500 บาททำให้ทางฝ่ายพ่อเด็กชายไม่ยอม โดยบอกว่าที่เรียกร้องเงินไป 1000 บาทนั้นเพราะต้องการจะเอาเงินดังกล่าวไปซื้อรถบังคับมาคืนให้กับเด็กผู้หญิง ส่วนตัวเด็กชายเองก็เล่าว่าวันนั้นเขาขี่จักรยานเล่นกับเพื่อนแล้ว

รถบังคับมาจอดชนท้ายรถจักรยานของเขา ซึ่งเขามองไม่เห็นทำให้เขาถอยรถจักรยานไปทับรถบังคับจนพังเสียหาย แล้วเด็กผู้หญิงก็ร้องไห้วิ่งไปฟ้องพ่อ หลังจากนั้นพ่อของเด็กผู้หญิงก็เดินมาตบตัวเองจนหล่นจากรถจักรยานเลย แล้วเขาก็ร้องไห้กลับมาบ้าน

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า คือ

นิสิตนักศึกษาออกมารวมพลัง

Student

           Student นิสิตนักศึกษาออกมารวมพลังก่อตั้งเครือข่ายเพื่อต้องการซักฟอกการทำงานของรัฐบาลชุดของลุงตู่

         ก่อนหน้านี้พี่จะมีการระบาดของไวรัสโคโรน่าประชาชนที่เป็นนักศึกษานิสิตมหาวิทยาลัยและนักเรียนได้มีการรวมตัวกันเพื่อประท้วงรัฐบาลชุดของพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีการทำงานไม่โปร่งใสทำให้นิสิตนักศึกษาต่างก็รวมตัวกันมาคัดค้านการทำงานของรัฐบาลชุดนี้โดยต้องการที่จะให้มีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้นแต่หลังจากที่มีการชุมนุมกันได้ไม่นานก็มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าเข้ามาทำให้รัฐบาล

ได้มีการประกาศพรกฉุกเฉินห้ามเรื่องของการชุมนุมกันเพราะเกรงว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเป็นวงกว้างซึ่งตัวนิสิตนักศึกษาเองก็ได้มีการหยุดการชุมนุมชั่วคราวกันจนมาปัจจุบันนี้สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าค่อนข้างดีขึ้นนักสิทธิ์นักศึกษาจึงได้มีการรวมตัวกันมาอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะต้องการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ที่มีหลายอย่างที่มองดูแล้วไม่โปร่งใส

ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของข้อมูลข่าวสารต่างๆหรือการทำงานของรัฐบาลรวมถึงงบประมาณของรัฐบาลที่แต่ละกระทรวงนำมาใช้จ่ายนั้นก็น่าสงสัยเป็นอย่างมากอีกครั้งนักศึกษาต่างมองว่าในขณะที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรน่านั้นการทำงานของรัฐบาลในฐานะผู้นำอย่างพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาหรือลุงตู่ที่เราเรียกกันกลับไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรการดูแลประชาชนนั้น

ไม่ทั่วถึงซึ่งกลุ่มคนรากหญ้าแทบไม่ได้รับการดูแลจากทางรัฐบาลเลยประชาชนส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมากซึ่งมีหลายเสียงออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลชุดนี้ทำการช่วยเหลือและบางคนก็ประชดด้วยการฆ่าตัวตายซึ่งจำนวนผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเพราะไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาลนั้นมีจำนวนค่อนข้างมากทำให้องค์กรนิสิตนักศึกษาส่วนใหญ่จึงต่างมารวมตัวกัน

เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลของลุงตู่ซึ่งปัจจุบันนี้ตั้งกลุ่มนิสิตนักศึกษาได้มีการประกาศหาผู้ร่วมอุดมการณ์จากหลายองค์กรต่างๆเข้ามาร่วมมือกันในการที่จะเรียกร้องความยุติธรรมให้กับประชาชนในครั้งนี้โดยนิสิตนักศึกษาส่วนใหญ่มองว่าการเรียกร้องความยุติธรรมนี้เป็นสิทธิ์ของประชาชนที่สามารถกระทำได้เพราะประเทศไทยปกครองกัน

ในรูปแบบของประชาธิปไตยและที่สำคัญหากการรวมตัวกันเรียกร้องตรวจสอบสิทธิ์ในครั้งนี้ไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครรัฐบาลก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำร้ายหรือสร้างความรุนแรงให้กับนักศึกษาได้เช่นเดียวกัน

      ต้องรอดูกันว่าหลังจากที่ปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสิ้นสุดลงสถานการณ์ของรัฐบาลชุดนี้จะเป็นอย่างไรและนิสิตนักศึกษาออกมาเรียกร้องบนถนนเหมือนกับช่วง  14 ตุลาคมหรือไม่ต้องรอดูกันอีกครั้งหนึ่ง

 

 

ขอขอบคุณ  Gclub ฝากขั้นต่ํา 100  ที่ให้การสนับสนุน