วิธีการตกปลาในรูปแบบต่างๆ

การตกปลาในแบบของหน้าดินหรือการตกปลาแบบใช้ตะกร้อ

เนื่องจากตกปลาหน้าดินนั้นถือได้ว่าเป็นการตกปลาอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งมันอาจจะมาจากการตกปลาในหลายรูปแบบของการตกปลาและยังมีเหล่านักตกปลานิยมกันเป็นอย่างมากในส่วนของนักตกปลานั้นเอง

สำหรับการตกปลาหน้าดินนั้นเป็นอะไรที่มีความละเอียดมากที่สุดกว่าเราจะตกปลาให้ได้ในแต่ละตัวตัวนั้นซึ่งมันก็มีอยู่หลายเทคนิดด้วยกัน อย่างเช่น ฤดูการน้ำใหม่ ฤดูการวางไข่ของปลา อุปกรณ์ตกปลา เหยื่อตกปลา รวมไปถึงวิธีการตกด้วย

ในช่วงของฤดูการบอกได้เลยว่ามันสำคัญมากเลยอย่างยิ่ง

ถ้าเป็นในช่วงฤดูร้อนและละก็น้ำในลำคลองจะแห้งทำให้เหล่าปลาหลายๆชนิดออกมาหากินอาหารหรือออกมากินเบ็ด สำหรับช่วงฤดูที่จะเข้าหน้าฝนนั้นปลาตัวเมียเริ่มมีไข่หรือจะวางไข่ปลาตัวเมียนั้นก็จะออกหาอาหารเป้นช่วงที่ปลาตัวเมียนั้นกินเบ็ดได้เป็นอย่างดีและติดเบ็ดได้บ่อยซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ปลาตัวเมียนั้นต้องการอาหารมากที่สุดเพราะต้องใช้อาหารเป็นแรงในการเลี้ยงไข่หรือวางไข่ ในช่วงเวลาต่อมาปลาตัวเมียได้วางไข่เสร็จและปลาตัวผู้ได้ผสมพันธุ์เสร็จ นอกจากนี้ปลาตัวผู้และปลาตัวเมียต่างก็มีความที่ต้องการอาหารด้วยเช่นกัน

เนื่องจากนี้ในช่วงของฤดูหน้าหนาวนั้นปลาส่วนใหญ่จะไม่ค่อยออกหาอาหารสักเท่าไหร่ทำให้มีปลากินเบ็ดน้อยหรือไม่กินเบ็ดเลย แต่ก็ยังมีปลาบางจำพวกที่ชื่นชอบออกหาอาหารหรือออกกินเหยื่อในช่วงฤดูการหน้าหนาว อย่างเช่น ปลาใน หรือ ปลาจีนเป็นลำดับ

สำหรับบ่อปลาหน้าดินนั้นต้องมีหน้าบ่อที่เป็นหาดและมีระดับน้ำที่ไม่ลึกมากเท่าไหร่ หรืออาจจะลึกไม่เกินประมาณ 2-3เมตรอย่างต่ำ ซึ่งจะทำให้ปลานั้นออกมาเล่น หรือ ออกมากินอาหาร สิ่งสำคัญที่สุดเลยก็คือเหยื่อของเรานั้นเอง เราต้องมีการอ่อยเหยื่อเพื่อให้ปลานั้นได้คุ้นเคยกับอาหารก่อนที่เรานั้นจะนำเบ็ดไปตกซึ่งมันจะเป็นการดีที่สุดที่จะทำให้ปลานั้นติดเบ็ดหรือกินเบ็ดเราได้ง่ายขึ้น

 

การตกหรือการเปลี่ยนเหยื่อนั้นเราควรให้เหยื่อนั้นอยู่ในน้ำประมาณ 20 – 30นาที หากเหยื่อละลายหมดแล้วแต่ก็ยังมีเหยื่อที่ยังติดอยู่กับตะกร้อโอกาศที่ปลาจะกินเบ็ดนั้นก็ยังมีอยู่ยังไม่หมดหวัง สำหรับในการใส่เม็ดโฟมนั้นก็เป็นอีกหนึ่งสำคัญเหมือนกันหรือถ้าเรานั้นอยากจะใส่ใส้เดือนไปที่ตัวเบ็ดไปด้วยก็จะทำให้ปลานั้นกินเบ็ดได้ง่ายขึ้นเหมือนกัน

 

 

ขอขอบคุณเรื่องราวที่ให้นำมาเสนอโดย คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100

สุขภาพดีด้วยสัญญาณเหล่านี้ 

ในยุคนี้ไม่ว่าใครต้องการที่จะอยากมีสุขภาพที่ดี อยากมีรูปร่างที่สวยงาม แต่บางคนก็แค่ขอไม่อ้วนไม่มีโรคภัยแค่นี้ก็ดีแล้ว แต่สำหรับคนบางกลุ่มนั้นอยากมีหุ่นที่ดีพร้อมดูดี หน้าท้องแบนราบ กินอาหารที่คลีนดูแลตัวเองเพื่อที่จะได้มีสุขภาพที่ดี หันมาใส่ใจในอาหารการกินอย่างมากเพื่อที่อยากจะมีสุขภาพที่ดี แล้วก็เริ่มมีคนถามมาว่าสุขภาพที่ดีคือแบบไหนร่างการหุนฟิตคือแบบไหนเดียวเรานั้นจะมาบอกว่าเป็นแบบไหนให้คุณนั้นได้อ่านกัน 

โดนเรื่องนี้จะมีผู้เชี่ยวชาญจากฟิตเนสนั้นมาบอกกันว่าใครสุขภาพดี ที่น้ำหนักนั้นไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าต้องเป็นคนอ้วนหรือคนที่ผอม และไม่ได้ดูจากที่เรานั้นต้องมีกล้ามเนื้อที่แข็งแต่เรานั้นต้องพิจารณาองค์ประกอบต่างด้วย  

ความทนทานของระบบไหลเวียนโลหิต ระบบที่ไหลเวียนของเลือดระบบหัวใจการหายใจ และปอด

เพื่อให้สอดคล้องและมีประสิทธิภาพในการเอาออกซิเจนนั้นไปยังกล้ามเนื้อต่าง เพื่อที่จะให้ร่างกายนั้นใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง  

โดยที่เรานั้นให้ลองสังเกตว่าเรานั้นเวลาที่เรานั้นออกกำลังกายนั้นเราเหนื่อยง่ายมากไหม หัวใจของเรานั้นเต้นเร็วมากน้อยแค่ไหน หรือว่าเวลาที่เรานั้นเหนื่อยนั้นเหมือนหัวใจเรานั้นจะออกมาเต้นข้างนอกไหม ถ้าระบบไหลเวียนของหัวใจเรานั้นดี  ร่างกายเรานั้นจะเอาออกซิเจนและสารอาหารนั้นไปเลี้ยงสู่ร่างกายต่าง ทำให้ระบบต่างของเรานั้นดี และความเครียดของเรานั้นจะลดน้อยลง 

ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ 

ยกตัวตัวอย่างเช่นเรายกน้ำหนัก  หรือว่าเรานั้นดันของอะไรบางอย่างที่ต้องใช้แรงอย่างมากการผลักของ  การยกของต่างที่ไม่ทำให้เรานั้นเกิดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อแล้วเมื่อกล้ามเนื้อของเรานั้นแข็งแรงก็จะสามารถช่วยเราพยุงตัวไม่ให้เรานั้นได้รับการบาดเจ็บ ถือว่าเป็นการช่วยลดอาการโรคของคนที่ทำงานตามออฟฟิตโรคดาวซินโดรม 

ความทนทานของกล้ามเนื้อ 

ก็คือเปรียบเหมือนเรานั้นออกกำลังกายได้มากยิ่งขึ้น เช่นเราปั่นจักรยานได้นานมากขึ้น หรือเรานั้นเดินลงบันไดได้เยอะขึ้นโดยที่เรานั้นไม่รู้สึกเหนื่อยเลย และได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด และนี่คือความทนทานของกล้ามเนื้อและยังช่วยให้เลือดของเรานั้นไหลเวียนดีขึ้นอีกด้วย

ความยืดหยุ่น ให้เรานั้นนึกถึงจำพวกนักเต้นยิมนาสติก คือเขานั้นต้องกระโดนฉีกขาอะไรแบบนี้ แต่แค่เรานั้นเดินก้าวขายกขาให้สูงโดยที่เรานั้นไม่รู้สึกบาดเจ็บนั่นก็ถือว่าเป็นการที่เรานั้นยืดหยุ่นกล้ามเนื้อแล้ว

 

สนับสนุนบทความดีๆจาก บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

จริงหรือไม่  นางเอกดัง แพนเค้ก คิดผิด เพราะไม่เป็นดาราอิสระ

  ถูกแซะกระแสดร็อป คิดผิดไม่เป็นดาราอิสระ เรื่องกระแสที่ถูกมองว่าดับลงเพราะการตัดสินใจมาเป็นดาราทางช่องทรู

ทำให้เริ่มมีเสียงแทรกออกมาว่าแพนเค้กคิดผิดมากที่ไม่ยอมเรื่องเส้นทางดาราอิสระโดยเฉพาะอย่างยิ่งนาทีนี้ดาราอิสระกำลังเป็นเทรนฮ็อตของวงการบันเทิงเรียกว่าเป็นทางเลือกแรกแรกของดาราในยุคนี้ไปแล้วเพราะไม่เพียงความมีอิสระในการเลือกรับงานหรือการที่ไม่ต้องถูกจำกัดสิทธิ์ถูกหักเปอร์เซ็นต์จากต้นสังกัดแต่ยุคนี้โอกาสเปิดกว้างหางานง่ายขึ้นเพราะทีวีช่องใหม่เลือกที่จะดึงฐานคนด้วยละครทีวีที่เข้าถึงคนดูได้ง่ายจับกระแสได้เร็ว สำหรับเรื่องนี้สาวแพนเค้กกลับมองว่าตัวเองอยู่ในวงการมาตั้ง 10 ห้าปีแล้วผ่านจุดที่สูงสุดมาแล้วคุ้มค่าแล้วกับสิ่งที่ได้ทำลงไปเรื่องกระแสไม่ได้อยู่ในสายตาแล้ว 

       “ เรื่องกระแสแพนไม่ได้มองว่ามันมากหรือน้อย แพนคิดว่าเราก็อยู่ในแบบที่เป็นตัวเรามาตลอดและเราก็ได้ทำงานที่หลากหลายไม่ว่าจะเล่นละคร เดินแบบ พิธีกร เราได้ทำอะไรที่ค่อนข้างแตกต่างอยู่เสมอไม่ได้คิดว่าอะไรคือการวัดว่ามันมากหรือน้อย ขึ้นหรือลง แต่แพนอยากจะมีข่าวดีๆ ข่าวที่เป็นผลงานของเราให้คนได้เห็นมากกว่าฉะนั้นชิ้นงานของเราสำคัญที่สุดและแผนก็อยากให้ทุกคนได้เห็นเราในจุดนั้น “

ส่วนประเด็นเรื่องความฮ็อตความปังที่ดับลงไปพอยุคหนึ่งชื่อของแพนเค้กติดปากไปครองจอครอฃใจทั้งวงการไม่ว่าจะงานละครงานอีเวนท์พรีเซนเตอร์ แพนเค้กได้บอกว่า

“ ทุกวันนี้แพนยังบอกตัวเองว่าดีใจที่มีโอกาสได้ทำ และแพนก็ผ่านจุดนั้นมาแล้วซึ่งแพนรู้สึกว่าช่วงระยะเวลาหนึ่งเราก็ได้ทำทุกอย่างอย่างเต็มที่จริงๆและก็ไม่รู้สึกเสียดายด้วยที่วันนี้เราจะทำหรือไม่ทำเพราะเราเคยทำมาแล้ว “  ฟังแล้วยืนยันความเป็นสาวมั่นฉบับแพนเค้กที่ลองตั้งใจอะไรแล้วก็จะทำให้ดีที่สุดและยอมรับได้ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ตามเพราะอย่างน้อยก็ได้ทำไปแล้วส่วนใครที่รอลุ้นให้แพนเค้กตัดสินใจเป็นดาราอีสัล่ะก็คงต้องรอไปอีกนานนานเพราะสาวแพนเค้กต่อสัญญาฉบับใหม่กับช่องทรูไปตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาแล้วอย่างน้อยก็น่าจะอีกสองถึงสามปีนั่นแหละแล้วเราค่อยมาลุ้นกันใหม่

 

สนับสนุนข้อมูลโดย แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

อุโบสถบนกรีดบัวหนึ่งเดียวในประเทศไทย

โครงการสร้างพระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ

ได้เริ่มก่อสร้างเป็นคานคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นชั้น ๆ แบบโครงสร้างตึกสูง 32 ชั้น ก่ออิฐถือปูนฉาบทาสีทองทั้งองค์ พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญซึ่งพระนามนี้หลวงพ่อเกษมเจ้าอาวาสวัดในอดีตได้ตั้งใจสร้างองค์พระเพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยมีคณะลูกศิษย์ของทางหลวงพ่อเกษม ได้ร่วมด้วย

ช่วยกันสร้างร่วมกับโดยมีประชาชนผู้ที่มีจิตศรัทธาด้วย จนสามารถการก่อสร้างองค์พระเสร็จสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2550 มีระยะเวลาการก่อสร้างพระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญรวมประมาณ 16 ปี และได้ใช้งบประมาณไปกว่า 100 ล้านบาทและประชนที่ได้เดินทางไปสักการะไหว้ท่านก็ได้มีความเชื่อ

 

และตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่าการสัมผัสที่ปลายพระหัตถ์พระใหญ่ (พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ) จะมีความเชื่อกันว่า ขอให้ท่านประทานพรให้เติบโต เจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน

 

แล้วที่พระวิหารแก้วรัตนพราหมณ์ – สุวรรณปาล ยังมีรูปเหมือนเกจิดังทั่วประเทศประดิษฐานอยู่อีกด้วย รอบๆ บริเวณวัดมีศาลาอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมไทยพี่เก็บของเก่าที่สามารถหาดูได้ยาก

 

เรือขุดโบราณ อุปกรณ์จับสัตว์น้ำและเครื่องสีข้าวโบราณมีบ่อปลามีรูปปั้นพุทธประวัติมีรูปปั้นเปรตนรกกับสวรรค์ให้เด็กเด็กนักเรียนได้มาทัศนศึกษาถึงคำสอนของคนโบราณ 

วัดม่วงเจริญธรรมนับเป็นวัดที่มีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างหากใครมีโอกาสได้ไปเยือนจังหวัดอ่างทองจะต้องเข้าไปกราบไหว้หลวงพ่อขาว หลวงพ่อแดง

พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดและมากราบหลวงพ่อเกษมซึ่งอยู่ในโลงแก้วบรรจุสรีระร่างของหลวงพ่อที่ถึงแม้จะมรณภาพไปนานแล้วแต่ก็ยังไม่เน่าเปื่อยอีกด้วย 

หลวงพ่อเกษมผู้ที่ได้เข้ามาบุกเบิกวัดม่วง ชาวบ้านแถวนั้นได้กล่าวขายกันว่าท่านเป็นหนึ่งในพระสงฆ์ที่เก่งพวกคาถาอาคม ให้หวยแม่น และสามารถรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของชาวบ้านได้ จึงเลื่องลือกันปากต่อปาก ทำให้มีผู้คนมาหาหลวงพ่อเกษมกันทั้งกลางวันกลางคืนกันไม่ขาด และพวกที่มาหาหลวงพ่อมักจะได้ผลสำเร็จ

จึงร่วมกันถวายเงินร่วมทำบุญสร้างวัดม่วง ช่วยกันบูรณะขึ้นมาต่อมาภายหลังหลวงพ่อเกษมได้ล้มป่วย

หมอตรวจพบว่าเป็นมะเร็งที่ตับ ได้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช และมรณภาพลงที่โรงพยาบาล มีอายุได้ 54 ปี ทางวัดจึงได้เชิญท่านมาบรรจุไง้ในโลงแก้วและได้เก็บไว้ให้เป็นอนุสรณ์ตลอดไป

การทำงานเกี่ยวกับสายบันเทิง

การทำงานของสายบันเทิงเป็นอย่างไร

จะเห็นได้ว่าคนในยุคสมัยนี้ไม่หลับไม่นอนกันเลย เนื่องจากในเวลากลางคืนแต่ละคืนนั้นหากเราได้ลองออกมานอกบ้านดูจะเห็นได้ว่าไฟที่ติดอยู่ตามถนนให้ความสว่างมาก และเหนือไปกว่านั้นเราจะมองไปตามข้างทางทั้งสองทางก็จะพบได้ว่ามีทั้งร้านอาหารข้างทาง หรือร้านผับ บาร์ ที่เปิดอยู่บริเวณสองข้างทางของท้องถนน แต่อย่าพึ่งไปต่อว่าคนที่เขาใช้เวลากลางคืนนะคะ เพราะว่าในยุคที่เป็นแสงสีแบบนี้ คนที่เขาไม่หลับไม่นอน บางคนก็ยังทำงานอยู่นั้นไม่ใช่ว่าพวกเขาเป็นคนไม่ดีหรือบางคนอาจจะว่าพวกเขาขายบริการ แต่อันที่จริงแล้ว พวกเขาไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดเสมอไป 

บางคนก็เกิดมาเลือกงานไม่ได้หรอกคะ เพราะบางคนเกิดมากับครอบครัวยากจนจึงไม่มีเงินที่จะศึกษาเล่าเรียน หรืออาจจะมีปัญหาต่างๆภายในครอบครัวของพวกเขาซึ่งเราเองก็ไม่รู้เช่นกัน แต่คาดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น การที่พวกเขาต้องนอนในเวลากลางวันและทำงานในเวลากลางคืนไม่ได้การันตีเลยว่าพวกเขานิสัยไม่ดี

สำหรับบุคคลที่ทำงานในเวลากลางคือเรามีความคิดว่าพวกเขาน่าจะชอบเวลากลางคืนเพราะอากาศไม่ร้อน รถก็ไม่ติด เดินทางไปไหนมาไหนก็สะดวก หรือพวกเขาอาจจะไม่มีทางเลือกมากนักในการหางานทำ หรือบางคนก็ชื่นชอบในสิ่งนี้จึงเลือกมาทำในสิ่งที่ตนเองชอบ หรือบางคนเขาอาจจะขยันกว่าพวกคุณๆที่มานั่งต่อว่าพวกเขาก็ได้ ด้วยการหารายได้เสริม ซึ่งมันมีทุกเหตุผลที่ซ่อนอยู่ในสายงานของคนทำงานสายบันเทิงแบบนี้

รายได้ในการทำงานสายบันเทิง

เราต่างสงสัยในสายงานบันเทิงว่าพวกเขามีรายได้เท่าไหร่กัน ที่เราจะต้องมาอดตาหลับขับตานอน เพื่อให้ได้ในเงินเหล่านั้น แน่นอนคะว่าหากใครไม่ทราบว่าการอดนอนนั้นมันแย่ก็จริงแต่มันก็คุ้มกับรายได้ที่เราได้คืนมา เพราะรายได้ในสายบันเทิงแบบนี้เป็นการสร้างความสุขให้กับลูกค้า ( การบริการที่พูดนี้ไม่ใช่การขายตัวนะคะ )ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ชอบในสายบันเทิงคือความสนุกสนาน รักเสียงดนตรี ชอบสังคม พบปะเพื่อนฝูง และนี่แหละพวกเขายอมเสียเงินเพื่อให้ได้ความสุขเหล่านี้มา ดังนั้นพวกเขาจึงยอมจ่ายแพงๆ เพราะนอกจากเด็กเสริฟที่ร้านบันเทิงจะได้ทิปจากผู้ใช้บริการแล้วเหล่านักร้องวงต่างๆที่ขึ้นโชว์ก็ได้เช่นกัน นี่ยังไม่เอ่ยถึงพนักงานที่ชอบยืนนวดในห้องน้ำอีกนะ เพราะวันๆนึงพวกเขาได้ทิปถือว่าเยอะมาก บางทีอาจจะเยอะกว่าพนักงานที่มาเที่ยวในสถานที่บันเทิงเสียอีก

ลงทะเบียนร้อยเดียว เที่ยวทั่วไทย 

     โดยจะเริ่มเปิดทำการให้ลงทะเบียนรอบแรกวันที่ 11 ถึง 12 พฤศจิกายน 2562 เริ่มตั้งแต่เวลา 6:00 น ถึง 24:00 น. และอีกรอบคือช่วงวันที่ 11 ถึง 12 ธันวาคม 2562 โดยจำกัดจำนวนผู้ลงทะเบียนด้วย ให้วันละ 10,000 คนเท่านั้น

      โครงการ “ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย” และ โครงการ “เที่ยววันธรรมดาราคาช็อกโลก” โดยเป็นการเปิดให้ประชาชนได้รับสิทธิ์ ที่การท้องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการส่งมอบของขวัญช่วงสิ้นปีมห้แก่ประชาชน และถือว่ายังเป็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ ซึ่งได้คาดการณ์ว่า จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ถึง 400 ล้านบาท

โดยผู้ใช้สิทธิ์ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ 

1.ต้องมีอายุ 18 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป

2.ต้องเป็นผู้ที่ทีสัญชาติไทยเท่านั้น

และการใช้สิทธิ์ก็คล้ายๆโครงการ ชิม ช้อป ใช้ คือผู้ได้รับสิทธิ์ต้องไปใช้สิทธิ์ที่นอกจังหวัดของตนเอง ที่นอกเหนือจากในบัตรประชาชน โดย 1 คน ใช้ได้ 1 สิทธิ์เท่านั้น สามารถลงทะเบียนได้ที่ 

www.ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย.com หรือ www.tourismthailand.org/ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย

      รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล ได้แจ้งว่า ทางรัฐบาลได้ขอทำการเชิญชวนประชนคนไทย ให้มาร่วมโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย “ถึงเวลาทัวร์ให้ทั่วไทย” โดยแบ่งออกเป็น 2 แคมเปญ คือ “ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย” และ “เที่ยววันธรรมดาราคาช็อกโลก” เพื่อเป็นไปตามนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยในช่วงปีใหม่ พ.ศ.2562 นี้ ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีได้ลงมติมีการเห็นชอบกับโครงการนี้ที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้และถือว่ายังเป็นโครงการที่สามารถจูงใจให้ประชาชนได้ออกไปท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีกด้วย   

ประชานที่ได้รับสิทธิ์ 100 บาทสามารถเลือกหมวดต่างที่มีถึง 5 หมวด 

1.การเดินทาง เช่น สามารถใช้เป็นตั๋วเครื่องบิน หรือบัตรโดยสารรถบัสปรับอากาศ

2.ที่พัก 

3.อาหารและเครื่องดื่ม

4.แพคเกจทัวร์

5.ท่องเที่ยวและกิจกรรมนันทนาการ

 

      โครงการ “ถึงเวลาทัวร์ให้ทั่วไทย” ที่ถือว่าเป็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงสิ้นปีของไทย จะสิ้นสุดหมดเขตลงในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2562 และทางรัฐบาลก็หวังว่าจะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยและเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนอีกด้วย

รู้หรือไม่ เรา check in ที่ไหนได้บ้าง

ใกล้ช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลปีใหม่กันแล้ว หลายคนคงมีแพลนในการเดินทางไปท่องเที่ยวทั้งในไทยและต่างประเทศ

ซี่งการเดินทางบางคนก็สะดวกขับรถยนต์ไป แต่บางคนก็สะดวกนั่งเครื่องบิน  และปัญหาสำหรับลูกค้าที่จะใช้โดยสารเครื่องบิน ที่เราจะเห็นตามข่าวหน้าหนังสือพิมพ์กันเป็นประจำคือ การเดินทางไปเช็คอินขึ้นเครื่องไม่ทัน ทั้งเกิดจากลูกค้าออกจากบ้านช้าและมาเจอรถติดบนท้องถนน แล้วยังต้องมาเจอคนต่อแถวรอเช็คอินอีกยาวเหยียด ซึ่งจะทำให้เราต้องมาเสียเวลาแทนที่เราจะได้เอาเวลาตรงไปไปช้อปปิ้งสินค้าในสนามบินได้อีก ดังนั้นเพื่อจึงมีทางเลือกให้กับนักเดินทางทั้งหลายในการเช็คอินว่าคุณจะสะดวกเช็คอินที่ไหน

มาดูช่องทางการเช็คอินว่ามีที่ไหนบ้าง

  1. เช็คอินออนไลน์บนเว็บไซต์  สำหรับช่องทางนี้เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตก็สามารถทำการเช็คอินได้ทุกที่ แต่ต้องทำภายใน 24 ชั่วโมงและ 2 ชั่วโมงการเครื่องออกโดยจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสายการบิน โดยของไทยส่วนสายการบินของประเทศไทยที่มีบริการเช็คอินออนไลน์ ได้แก่ การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ แอร์เอเชีย และนกแอร์  โดยเมื่อทำการยืนยันข้อมูลแล้วคุณสามารถ Boarding Pass จากเครื่องพิมพ์ของคุณได้เลย การเช็คอินออนไลน์นี้จะทำให้เราไม่ต้องเสียเวลามายืนต่อแถวรอ ซึ่งเราสามารถเอาจากตรงนี้ไปเผื่อเวลาที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและจุดตรวจสัมภาระได้แถมยังมีเวลาเหลือไปเดินไปช้อปปิ้งที่ดิวตี้ฟรีได้อีกด้วย 
  2. เช็คอินผ่านตู้คีออสในสนามบิน เป็นการเช็คอินด้วยตัวเอง  โดยประเทศที่มีตู้เช็คอินจะเป็นประเทศที่มีสนามบินขนาดใหญ่เช่น ประเทศไทย ที่สนามบินญี่ปุ่น  เกาหลี สิงคโปร์ อเมริกา อังกฤษ เยอรมัน เป็นต้น วิธีการเช็คอินแบบนี้จะทำได้สะดวกและรวดเร็วมากเพราะไม่ต้องยืนรอคิวนาน และขั้นตอนการทำก็ง่ายๆ เพียง สแกนหนังสือเดินทางและตั๋วเครื่องบินอิเล็กทรอนิกส์ (ซึ่งอาจต้องพิมพ์ออกมาจากบ้าน) เลือกว่าจะไปที่ไหน และยืนยันที่นั่ง หลังจากเครื่องจะแสดงรายละเอียดเที่ยวบินของคุณและพิมพ์บัตรขึ้นเครื่องออกมาถ้ามีกระเป๋าเดินทางที่ต้องโหลดใต้ท้องเครื่อง ให้ไปเช็คที่จุดวางกระเป๋าของสายการบิน แค่นี้ก็เรียบร้อย ตู้เช็คอินจะเปิดให้สามารถเช็คอินได้ก่อนเคาน์เตอร์เช็คอินเปิด 
  3. เช็คอินผ่าน Mobile App  ทำได้ง่ายๆเพียงเข้าเว็บไซต์ของสายการบินแล้วกรอกข้อมูลให้กดปุ่มเช็คอินหลังจากนั้นจะมีข้อความเข้านำข้อความแสดงกับพนักงานของสายการบินตรงประตูขาออก พนักงานจะสแกนข้อความในมือถือ ปัจจุบันวิธีนี้เป็นที่นิยมมาที่สุดเพราะสะดวกและรวดเร็ว  
  4.  เช็คอินที่เคาน์เตอร์ วิธีการนี้แบบเดิมๆ และเหมาะกับคนที่ไม่ชอบใช้เทคโนโลยี เพราะจะมีพนักงานคอยให้บริการ เช่น ผู้สูงอายุ การเช็คอินผ่านช่องทางนี้ควรมาก่อนเวลาเครื่องออก 2-3 ชั่วโมง

การเมืองเป็นเรื่องของ…?

การเมืองเป็นเรื่องของ…?

หากจะพูดถึงการเมืองในเวลานี้ก็คงจะเป็นหัวข้อที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนเพราะเรื่องนี้อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งกันได้ แต่หากจะไม่พูดถึงเลยก็เห็นจะไม่ได้จากช่วงเวลาที่ผ่านมาเราพบว่าการเมืองยังคงเป็นประเด็นที่ทุกคนหยิบยกขึ้นมาถกประเด็นและหาคำตอบกันอยู่เป็นประจำ และประเด็นที่ยังคงมีคำถามอยู่ก็คือ “การเมืองเป็นเรื่องของใคร”หากจะบอกว่าเป็นเรื่องรัฐบาลฝ่ายเดียวก็เห็นจะไม่ใช่

เพราะประเทศของเรานั่นปกครองด้วยระบบประชาธิปไตย อันทรงมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขดังนั้นการเมืองจึงเป็นเรื่องของทุกๆคนในประเทศครั้งหนึ่งประธานาธิบดีลินคอล์นแห่งสหรัฐอเมริกาได้กล่าวว่า“การปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นการปกครองของประชาชนโดยประชาชนเพื่อประชาชน”

นั่นหมายความว่าอำนาจในการปกครองของระบอบนี้ประชาชนมีอำนาจในการปกครองประเทศตามหลักประชาธิปไตยทางอ้อม กล่าวคือประชาชนมีสิทธิเลือกตัวแทนไปทำหน้าที่ในการปกครองประเทศเพื่อทำหน้าที่รักษาไว้ซึ่งประโยชน์ของประชาชนที่ได้มอบอำนาจให้แต่ประเทศไทยในปัจจุบันนั้นถูกกำหนดให้การปกครองเป็นแบบระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบซึ่งเราก็ยังสามารถมีสิทธิในการปกครองอยู่ดี

สิทธิในการปกครองของเราเกิดจากอะไร

นั่นเกิดจากการมีสิทธิมีเสียงในการเลือกผู้แทนในฐานะพลเมืองเพื่อเข้าไปทำหน้าที่ในสภาถึงแม้ว่าจะเป็นสิทธิในทางอ้อมแต่ก็ถือเป็นการไม่นิ่งเฉยต่อการมีสิทธิของตนเองเป็นที่มาของช่วงเลือกตั้งที่เหล่าผู้แทนต่างเชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิใช้เสียงของตนเองให้เกิดประโยชน์ เพราะการออกไปเลือกตั้งนั้นไม่เพียงแต่เป็นการออกไปใช้สิทธิเพียงอย่างเดียว

แต่เป็นการออกไปเพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังของประชาชนที่มีอิทธิพลต่อการปกครองและการดำรงไว้ซึ่งระบบการปกครองในรูปแบบประชาธิปไตยว่าจะยังคงอยู่ทั้งนี้ก็ยังเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่พึงกระทำอีกด้วย ในเรื่องนี้ไม่ว่าเราจะเป็นใครในสังคมก็ควรจะหันมาสนใจและให้ความสำคัญ เพราะสุดท้ายแล้วเมื่อได้รัฐบาลมา

และมีการกำหนดนโยบายขึ้นมันจะส่งผลโดยตรงต่อพวกเราทุกคนในการดำเนินชีวิตประจำวันทั้งในเรื่องการคมนาคม การเสียภาษี การอุปโภคบริโภคต่างๆ ล้วนแล้วจะส่งผลกระทบต่อตัวเราเองทั้งนั้นหากจะมองว่าการเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ก็ได้เช่นกัน เพราะเมื่อเราได้นักการเมืองที่ดีแล้ว

ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นย่อมตกมาถึงประชาชนในที่สุด

รวมไปถึงประเทศชาติเองก็จะพลอยได้รับผลประโยชน์จากการบริหารงานของรัฐบาลที่ได้มาจากการเลือกตั้งด้วยความเต็มใจของประชาชนด้วยดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่งหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของเราทุกคนที่เป็นประชาชนในประเทศนี้ที่พึงควรจะดำรงไว้ซึ่งสิทธิในการปกครองประเทศ