Posted in

สูตรและเรื่องเล่าโต๊ะอาหาร

มีคนเคยพูดว่า “โต๊ะอาหารคือเวทีที่มนุษย์เปิดใจมากที่สุด” และผมว่ามันเป็นเรื่องจริงอย่างเงียบ ๆ ที่ไม่มีใครตั้งใจสังเกต เวลาคนพูดถึงการกิน มักพูดถึงรสชาติ ร้านดัง หรือสูตรอาหาร แต่ถ้าเราสังเกตดี ๆ การกินคือความทรงจำ ความสัมพันธ์ และประวัติศาสตร์ส่วนตัวของแต่ละคน ที่อยู่บนจานตรงหน้าโดยไม่ต้องมีคำบรรยาย

1. สูตรกาแฟบ้าน ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในตำรา

ผมมีเพื่อนชาวอิตาลีที่ย้ายมาทำงานในเอเชีย เขามักชวนผมแวะที่ห้องก่อนออกไปข้างนอกเสมอ และทุกครั้งเขาจะทำกาแฟให้ ผงกาแฟไม่แพง เครื่องชงก็ธรรมดา แต่เขามีพิธีเล็ก ๆ ก่อนเริ่ม เขาจะอุ่นแก้วด้วยน้ำร้อน เทกาแฟลงไปช้า ๆ แล้วรอให้ไอน้ำลอยขึ้นก่อนยกแก้วดม

เขาบอกผมหนึ่งประโยคง่าย ๆ
“กาแฟไม่ได้ทำให้คุณตื่น แต่ทำให้คุณกลับมาอยู่กับตัวเองก่อนเริ่มวันใหม่”
ตั้งแต่วันนั้นผมเลิกดื่มกาแฟแบบรีบ ๆ แล้วเริ่มชงอย่างมีสติ ไม่ใช่เพราะอยากเป็นคนติสต์ แต่เพราะผมรู้สึกว่ารสชาติวันนั้นดีขึ้นจริง ๆ

2. แกงจืดหมูสับ: สูตรที่ไม่เคยเขียนบนกระดาษ

คุณยายผมทำแกงจืดได้เก่งที่สุดในบ้าน แต่ไม่เคยมีสูตรตายตัว เธอบอกว่าให้ “ใส่หมูพอดี” “ใส้ผักให้ใจสบาย” แล้วรอให้น้ำซุป “นิ่งเหมือนคนแก่ที่ใจเย็น”
ผมลองทำตามตำรา กะปริมาณเหมือนในยูทูบ กลับได้แค่รสชาติกลาง ๆ ไม่มีความรู้สึกอะไร ผมไปถามยายอีกทีว่าทำไมซุปของเธอถึงอร่อยกว่า

เธอตอบง่าย ๆ ว่า “เพราะตอนฉันทำ ฉันคิดว่าอยากให้คนที่ฉันรักกิน”
ทุกอย่างจบตรงนั้น ไม่มีวิธีลับ ไม่มีสัดส่วน แค่คนทำคิดถึงคนกิน

3. ขนมปังฝรั่งเศสยามเช้า

ที่ปารีส ผมเคยเห็นครอบครัวหนึ่งนั่งร่วมโต๊ะกับลูกสาวอายุแค่ห้าขวบ เขาฉีกขนมปังแบ่งกันช้า ๆ ไม่ใช่เพราะมันแพง แต่เพราะมันเป็นช่วงเวลาเดียวของวันที่ทุกคนอยู่พร้อมหน้า ไม่มีใครหยิบมือถือ ไม่มีใครเปิดคอม
เด็กพูดเรื่องโรงเรียน แม่พูดเรื่องงาน พ่อเล่าเรื่องรถเสีย ทุกคำพูดไร้ประโยคสวยงาม แต่ “จริง” แบบที่หลายครอบครัวในโลกเราหาไม่เจอ

อาหารเช้านั้นไม่มีอะไรพิเศษ — ขนมปัง เนย และกาแฟ
แต่บรรยากาศทำให้มันอร่อยกว่าร้านดังสิบร้าน

4. สูตรผัดกะเพราที่ไม่มีใบกะเพรามาก

ผมเคยทำกะเพราที่ต่างประเทศ ใบกะเพราไม่มี มีแต่โหระพา เครื่องปรุงมีซอสถั่วเหลืองแบบอเมริกันกับพริกแห้งที่เผ็ดแบบไม่ไทยเลย ผมคิดว่าคงออกมาเละ แต่สุดท้ายมันกลับเป็นจานที่ผมจำได้ขึ้นใจ

เพราะตอนนั้นผมคิดถึงบ้าน ตอนผัดยังไม่เสร็จ กลิ่นกระทะร้อนกับเสียงน้ำมันกระทบเนื้อ ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกลับไปห้องครัวของแม่
อาหารที่ดีไม่ต้องถูกต้องตามสูตรเสมอไป — มันต้องถูกต้องตามหัวใจคนทำ

5. โต๊ะอาหารคือที่ที่ความต่างยังอยู่ร่วมกันได้

ผมเคยกินมื้อค่ำกับคนจากห้าประเทศ จีน อินเดีย เบลเยียม เม็กซิโก และไทย ทุกคนบอกสูตรอาหารของตัวเองแบบสั้น ๆ

ชาวจีนบอกว่า “อย่าใส่เครื่องปรุงเยอะ ให้ความสดของวัตถุดิบพูดแทน”
ชาวอินเดียบอกว่า “เครื่องเทศคือความทรงจำของครอบครัว”
คนเบลเยียมบอกว่า “เบียร์ที่ดีกับเนื้อทอดช่วยรักษามิตรภาพ”
ชาวเม็กซิโกบอกว่า “ถ้าไม่มีซัลซ่า แสดงว่ายังไม่ได้เริ่มกิน”
ผมบอกว่า “ถ้าได้กินกะเพราร้อน ๆ ก็พอใจแล้ว”

ต่างกันทุกคน แต่ไม่มีใครขัดแย้ง เพราะโต๊ะอาหารไม่ใช่ที่พิสูจน์ว่าใครถูกกว่า แต่มันคือพื้นที่ที่เราได้เป็นตัวเองโดยไม่ต้องเกรงใจ

บทสรุป

สูตรอาหารเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของเรื่องราว อีกครึ่งหนึ่งอยู่ในความทรงจำที่มาพร้อมมัน
มีจานที่เรียนรู้จากครูสอนทำอาหาร
มีจานที่เรียนรู้จากความล้มเหลวในครัว
และมีจานที่เรียนรู้จากคนที่เรารัก

โต๊ะอาหารจึงไม่ใช่แค่ที่วางจาน
มันคือที่ที่เราได้ฟัง ได้เข้าใจ และได้ใกล้กันมากขึ้น — โดยที่ไม่ต้องพูดอะไรยิ่งใหญ่เลย