จริงหรือไม่  นางเอกดัง แพนเค้ก คิดผิด เพราะไม่เป็นดาราอิสระ

  ถูกแซะกระแสดร็อป คิดผิดไม่เป็นดาราอิสระ เรื่องกระแสที่ถูกมองว่าดับลงเพราะการตัดสินใจมาเป็นดาราทางช่องทรู

ทำให้เริ่มมีเสียงแทรกออกมาว่าแพนเค้กคิดผิดมากที่ไม่ยอมเรื่องเส้นทางดาราอิสระโดยเฉพาะอย่างยิ่งนาทีนี้ดาราอิสระกำลังเป็นเทรนฮ็อตของวงการบันเทิงเรียกว่าเป็นทางเลือกแรกแรกของดาราในยุคนี้ไปแล้วเพราะไม่เพียงความมีอิสระในการเลือกรับงานหรือการที่ไม่ต้องถูกจำกัดสิทธิ์ถูกหักเปอร์เซ็นต์จากต้นสังกัดแต่ยุคนี้โอกาสเปิดกว้างหางานง่ายขึ้นเพราะทีวีช่องใหม่เลือกที่จะดึงฐานคนด้วยละครทีวีที่เข้าถึงคนดูได้ง่ายจับกระแสได้เร็ว สำหรับเรื่องนี้สาวแพนเค้กกลับมองว่าตัวเองอยู่ในวงการมาตั้ง 10 ห้าปีแล้วผ่านจุดที่สูงสุดมาแล้วคุ้มค่าแล้วกับสิ่งที่ได้ทำลงไปเรื่องกระแสไม่ได้อยู่ในสายตาแล้ว 

       “ เรื่องกระแสแพนไม่ได้มองว่ามันมากหรือน้อย แพนคิดว่าเราก็อยู่ในแบบที่เป็นตัวเรามาตลอดและเราก็ได้ทำงานที่หลากหลายไม่ว่าจะเล่นละคร เดินแบบ พิธีกร เราได้ทำอะไรที่ค่อนข้างแตกต่างอยู่เสมอไม่ได้คิดว่าอะไรคือการวัดว่ามันมากหรือน้อย ขึ้นหรือลง แต่แพนอยากจะมีข่าวดีๆ ข่าวที่เป็นผลงานของเราให้คนได้เห็นมากกว่าฉะนั้นชิ้นงานของเราสำคัญที่สุดและแผนก็อยากให้ทุกคนได้เห็นเราในจุดนั้น “

ส่วนประเด็นเรื่องความฮ็อตความปังที่ดับลงไปพอยุคหนึ่งชื่อของแพนเค้กติดปากไปครองจอครอฃใจทั้งวงการไม่ว่าจะงานละครงานอีเวนท์พรีเซนเตอร์ แพนเค้กได้บอกว่า

“ ทุกวันนี้แพนยังบอกตัวเองว่าดีใจที่มีโอกาสได้ทำ และแพนก็ผ่านจุดนั้นมาแล้วซึ่งแพนรู้สึกว่าช่วงระยะเวลาหนึ่งเราก็ได้ทำทุกอย่างอย่างเต็มที่จริงๆและก็ไม่รู้สึกเสียดายด้วยที่วันนี้เราจะทำหรือไม่ทำเพราะเราเคยทำมาแล้ว “  ฟังแล้วยืนยันความเป็นสาวมั่นฉบับแพนเค้กที่ลองตั้งใจอะไรแล้วก็จะทำให้ดีที่สุดและยอมรับได้ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ตามเพราะอย่างน้อยก็ได้ทำไปแล้วส่วนใครที่รอลุ้นให้แพนเค้กตัดสินใจเป็นดาราอีสัล่ะก็คงต้องรอไปอีกนานนานเพราะสาวแพนเค้กต่อสัญญาฉบับใหม่กับช่องทรูไปตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาแล้วอย่างน้อยก็น่าจะอีกสองถึงสามปีนั่นแหละแล้วเราค่อยมาลุ้นกันใหม่

 

สนับสนุนข้อมูลโดย แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

อุโบสถบนกรีดบัวหนึ่งเดียวในประเทศไทย

โครงการสร้างพระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ

ได้เริ่มก่อสร้างเป็นคานคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นชั้น ๆ แบบโครงสร้างตึกสูง 32 ชั้น ก่ออิฐถือปูนฉาบทาสีทองทั้งองค์ พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญซึ่งพระนามนี้หลวงพ่อเกษมเจ้าอาวาสวัดในอดีตได้ตั้งใจสร้างองค์พระเพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยมีคณะลูกศิษย์ของทางหลวงพ่อเกษม ได้ร่วมด้วย

ช่วยกันสร้างร่วมกับโดยมีประชาชนผู้ที่มีจิตศรัทธาด้วย จนสามารถการก่อสร้างองค์พระเสร็จสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2550 มีระยะเวลาการก่อสร้างพระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญรวมประมาณ 16 ปี และได้ใช้งบประมาณไปกว่า 100 ล้านบาทและประชนที่ได้เดินทางไปสักการะไหว้ท่านก็ได้มีความเชื่อ

 

และตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่าการสัมผัสที่ปลายพระหัตถ์พระใหญ่ (พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ) จะมีความเชื่อกันว่า ขอให้ท่านประทานพรให้เติบโต เจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน

 

แล้วที่พระวิหารแก้วรัตนพราหมณ์ – สุวรรณปาล ยังมีรูปเหมือนเกจิดังทั่วประเทศประดิษฐานอยู่อีกด้วย รอบๆ บริเวณวัดมีศาลาอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมไทยพี่เก็บของเก่าที่สามารถหาดูได้ยาก

 

เรือขุดโบราณ อุปกรณ์จับสัตว์น้ำและเครื่องสีข้าวโบราณมีบ่อปลามีรูปปั้นพุทธประวัติมีรูปปั้นเปรตนรกกับสวรรค์ให้เด็กเด็กนักเรียนได้มาทัศนศึกษาถึงคำสอนของคนโบราณ 

วัดม่วงเจริญธรรมนับเป็นวัดที่มีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างหากใครมีโอกาสได้ไปเยือนจังหวัดอ่างทองจะต้องเข้าไปกราบไหว้หลวงพ่อขาว หลวงพ่อแดง

พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดและมากราบหลวงพ่อเกษมซึ่งอยู่ในโลงแก้วบรรจุสรีระร่างของหลวงพ่อที่ถึงแม้จะมรณภาพไปนานแล้วแต่ก็ยังไม่เน่าเปื่อยอีกด้วย 

หลวงพ่อเกษมผู้ที่ได้เข้ามาบุกเบิกวัดม่วง ชาวบ้านแถวนั้นได้กล่าวขายกันว่าท่านเป็นหนึ่งในพระสงฆ์ที่เก่งพวกคาถาอาคม ให้หวยแม่น และสามารถรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของชาวบ้านได้ จึงเลื่องลือกันปากต่อปาก ทำให้มีผู้คนมาหาหลวงพ่อเกษมกันทั้งกลางวันกลางคืนกันไม่ขาด และพวกที่มาหาหลวงพ่อมักจะได้ผลสำเร็จ

จึงร่วมกันถวายเงินร่วมทำบุญสร้างวัดม่วง ช่วยกันบูรณะขึ้นมาต่อมาภายหลังหลวงพ่อเกษมได้ล้มป่วย

หมอตรวจพบว่าเป็นมะเร็งที่ตับ ได้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช และมรณภาพลงที่โรงพยาบาล มีอายุได้ 54 ปี ทางวัดจึงได้เชิญท่านมาบรรจุไง้ในโลงแก้วและได้เก็บไว้ให้เป็นอนุสรณ์ตลอดไป

การทำงานเกี่ยวกับสายบันเทิง

การทำงานของสายบันเทิงเป็นอย่างไร

จะเห็นได้ว่าคนในยุคสมัยนี้ไม่หลับไม่นอนกันเลย เนื่องจากในเวลากลางคืนแต่ละคืนนั้นหากเราได้ลองออกมานอกบ้านดูจะเห็นได้ว่าไฟที่ติดอยู่ตามถนนให้ความสว่างมาก และเหนือไปกว่านั้นเราจะมองไปตามข้างทางทั้งสองทางก็จะพบได้ว่ามีทั้งร้านอาหารข้างทาง หรือร้านผับ บาร์ ที่เปิดอยู่บริเวณสองข้างทางของท้องถนน แต่อย่าพึ่งไปต่อว่าคนที่เขาใช้เวลากลางคืนนะคะ เพราะว่าในยุคที่เป็นแสงสีแบบนี้ คนที่เขาไม่หลับไม่นอน บางคนก็ยังทำงานอยู่นั้นไม่ใช่ว่าพวกเขาเป็นคนไม่ดีหรือบางคนอาจจะว่าพวกเขาขายบริการ แต่อันที่จริงแล้ว พวกเขาไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดเสมอไป 

บางคนก็เกิดมาเลือกงานไม่ได้หรอกคะ เพราะบางคนเกิดมากับครอบครัวยากจนจึงไม่มีเงินที่จะศึกษาเล่าเรียน หรืออาจจะมีปัญหาต่างๆภายในครอบครัวของพวกเขาซึ่งเราเองก็ไม่รู้เช่นกัน แต่คาดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น การที่พวกเขาต้องนอนในเวลากลางวันและทำงานในเวลากลางคืนไม่ได้การันตีเลยว่าพวกเขานิสัยไม่ดี

สำหรับบุคคลที่ทำงานในเวลากลางคือเรามีความคิดว่าพวกเขาน่าจะชอบเวลากลางคืนเพราะอากาศไม่ร้อน รถก็ไม่ติด เดินทางไปไหนมาไหนก็สะดวก หรือพวกเขาอาจจะไม่มีทางเลือกมากนักในการหางานทำ หรือบางคนก็ชื่นชอบในสิ่งนี้จึงเลือกมาทำในสิ่งที่ตนเองชอบ หรือบางคนเขาอาจจะขยันกว่าพวกคุณๆที่มานั่งต่อว่าพวกเขาก็ได้ ด้วยการหารายได้เสริม ซึ่งมันมีทุกเหตุผลที่ซ่อนอยู่ในสายงานของคนทำงานสายบันเทิงแบบนี้

รายได้ในการทำงานสายบันเทิง

เราต่างสงสัยในสายงานบันเทิงว่าพวกเขามีรายได้เท่าไหร่กัน ที่เราจะต้องมาอดตาหลับขับตานอน เพื่อให้ได้ในเงินเหล่านั้น แน่นอนคะว่าหากใครไม่ทราบว่าการอดนอนนั้นมันแย่ก็จริงแต่มันก็คุ้มกับรายได้ที่เราได้คืนมา เพราะรายได้ในสายบันเทิงแบบนี้เป็นการสร้างความสุขให้กับลูกค้า ( การบริการที่พูดนี้ไม่ใช่การขายตัวนะคะ )ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ชอบในสายบันเทิงคือความสนุกสนาน รักเสียงดนตรี ชอบสังคม พบปะเพื่อนฝูง และนี่แหละพวกเขายอมเสียเงินเพื่อให้ได้ความสุขเหล่านี้มา ดังนั้นพวกเขาจึงยอมจ่ายแพงๆ เพราะนอกจากเด็กเสริฟที่ร้านบันเทิงจะได้ทิปจากผู้ใช้บริการแล้วเหล่านักร้องวงต่างๆที่ขึ้นโชว์ก็ได้เช่นกัน นี่ยังไม่เอ่ยถึงพนักงานที่ชอบยืนนวดในห้องน้ำอีกนะ เพราะวันๆนึงพวกเขาได้ทิปถือว่าเยอะมาก บางทีอาจจะเยอะกว่าพนักงานที่มาเที่ยวในสถานที่บันเทิงเสียอีก